2015 vs. 2030 รายได้การขนส่งอเมริกา

2015 vs. 2030 รายได้การขนส่งอเมริกา
เดินทางเพิ่มขึ้น 50% ค่าใช้จ่ายลดลง 74%
น้ำมัน $291 พันล้าน ลดเหลือ $21 พันล้าน
รถมือสอง รถเช่า ไม่มีธุรกิจในปี 2030
ค่าใช้จ่ายขนส่งลดลง เหลือเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

.
ต่อเนื่องจากโพสก่อนที่นำเสนอเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าที่เป็นบริการซึ่งเรียกว่า TaaS หรือ “การขนส่งที่เป็นบริการ” มีผลการศึกษาของ RethinkX ซึ่งจัดทำโดย James Arbib และ Tony Seba รายงานออกมาในช่วงเดือนพฤษภาคม 2017 ชี้ให้เห็นถึงรายได้ด้านการขนส่งของอเมริกาในแต่ละภาคธุรกิจ เทียบกันระหว่างปี 2015 กับปี 2030
.
Platform ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการทำงานของรถไร้คนขับ ทั้งส่วนที่เป็นคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมควบคุมการทำงานของระบบ “การขนส่งที่เป็นบริการ” จากที่ไม่เคยมีรายได้อะไรในปี 2015 จะกลายเป็นรายได้ในภาคธุรกิจใหม่นี้ในปี 2030 มากถึง $64 พันล้าน
.
Oil หรือธุรกิจน้ำมันในอเมริกาปี 2015 ที่มีอยู่ $291 พันล้าน จะลดต่ำเหลือ $21 พันล้าน ในปี 2030 แตกต่างกัน ประมาณ 14 เท่า ทั้งนี้เพราะยานยนต์ส่วนใหญ่ที่วิ่งอยู่บนถนนมีการเปลี่ยนเป็นรถอีวีที่ใช้เชื้อเพลิงจากไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ รถยนต์ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิมจะถูกทิ้งล้างและขายไม่ได้
.
Electricity หรือไฟฟ้าซึ่งในปี 2015 มีรายได้เพียง $0.03 พันล้าน จะปรับเปลี่ยนเป็น $41 พันล้าน ในปี 2030 การไฟฟ้าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นพาหนะหลักสำหรับการขนส่งต่างๆของอเมริกาในอนาคต
.
Car Manufacturing หรือโรงงานผลิตรถยนต์ จากตัวเลขรายได้ปี 2015 ที่ $570 พันล้าน จะลดลงเหลือ $104 พันล้าน ในปี 2030 เป็นอัตราที่แตกต่างกันประมาณ 5.5 เท่า จากระบบการขนส่งที่เปลี่ยนแปลงเป็นรถที่แบ่งกันใช้ ทำให้มีการผลิตรถใหม่ลดลงประมาณ 70% จากตัวเลข 18 ล้านคันในปี 2020 เหลือแค่ 5.6 ล้านคันในปี 2030
.
Insurance หรือประกันภัยรถยนต์ เคยมีรายได้ในปี 2015 $228 พันล้าน จะลดลงเหลือ $43 พันล้าน ในปี 2030 เมื่อมีคนเป็นเจ้าของรถลดน้อยลง รถก็มีจำนวนน้อยลง นั่นหมายถึงรายได้ค่าประกันภัยที่ลดลงด้วย
.
Maintenance หรือค่าบำรุงรักษารถยนต์ จากตัวเลขรายได้ปี 2015 ที่มีมากถึง $171 พันล้าน ลดต่ำลงเหลือ $97 พันล้าน ในปี 2030 ยานยนต์ไฟฟ้ามีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่ำมากเมื่อเทียบกับรถยนต์ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม
.
Registration Fees Sales Tax หรือค่าจดทะเบียนและภาษีรถยนต์ ซึ่งในปี 2015 มีรายได้ $59 พันล้าน แต่ปี 2030 มีรายได้เพียง $19 พันล้าน
.
Fuel Tax หรือภาษีน้ำมัน ปี 2015 มีรายได้ $52 พันล้าน จะลดลงเหลือแค่ $4 พันล้าน ในปี 2030 คิดเป็นเพียงแค่ 7.7% ของภาษีน้ำมันที่เคยเก็บได้ในปี 2015 ทั้งนี้เพราะมีการใช้น้ำมันลดลงอย่างเด่นชัด
.
Used Car Sales หรือการขายรถมือสอง ซึ่งในปี 2015 มีรายได้มากถึง $111 พันล้าน จะลดลงเหลือ $0 ในปี 2030 เพราะไม่มีใครต้องการใช้รถที่ใช้น้ำมันแบบเก่าอีกแล้ว และผู้ครอบครองรถในอนาคตก็จะมีจำนวนลดต่ำลงมากจนไม่มีตลาดสำหรับรถมือสอง
.
Car Rental หรือรถเช่า ซึ่งมีตัวเลขรายได้ในปี 2015 อยู่ที่ $27 พันล้าน ก็จะไม่มีรายได้อะไรในปี 2030 อีกต่อไป เพราะไม่มีระบบรถเช่าแบบเก่าเหลืออยู่ในตลาดอีกต่อไป
.
ผลการศึกษาในภาพรวมพบว่า ในปี 2015 คนอเมริกันเดินทางกัน 4 ล้านล้านไมล์ และมีรายได้ที่เกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรมประมาณ $1,481 พันล้าน
.
มีการประเมินว่าในปี 2030 คนอเมริกันจะเดินทางเพิ่มขึ้นคิดเป็นระยะทาง 6 ล้านล้านไมล์ และมีรายได้เกิดขึ้นในทุกอุตสาหกรรมประมาณ $393 พันล้าน
.
สรุปแล้ว ในปี 2030 คนอเมริกันเดินทางเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านไมล์ หรือเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปี 2015 แต่ตัวเลขค่าใช้จ่ายของผู้เดินทางซึ่งเป็นรายได้ของอุตสาหกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งลดลงมากถึง 73.5%
.
เงินจำนวนมากที่หดหายไปในอนาคตจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง หมายถึงเงินในกระเป๋าที่มากขึ้นของผู้บริโภค และเป็นตัวเงินที่สามารถนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นเพิ่มขึ้น หรือเอาไปใช้ในธุรกิจใหม่ๆอื่นๆในโลกอนาคต
.
ผลการศึกษาในอเมริกาดังกล่าว คงสะท้อนภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับทั่วโลกได้เช่นกัน
————————————–

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s