ปี 2040 ยอดขายอีวีแตะยอด 55% ราคาแบตต่ำลง สู้ราคารถไอซีอีได้

สำนักข่าว Bloomberg ซึ่งเกาะติดเรื่องพลังงานและการเงินมาอย่างต่อเนื่อง ทำกราฟประเมินตัวเลขยอดขายรถอีวีทุกชนิด รายงานว่าตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป รถอีวีจะมียอดขายมากกว่ารถไอซีอีที่ใช้น้ำมันแบบเก่า

รถอีวีหมายถึง BEV และ PHEV คือ ยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด นับเฉพาะรถที่มีช่องเสียบปลั๊กไฟเท่านั้น

ในระบบสากลไม่ได้รวมรถไฮบริดที่ใช้น้ำมันอย่างเดียวเข้าอยู่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า แตกต่างจากการจัดแบบพิเศษเฉพาะในประเทศไทยที่เอารถไฮบริดซึ่งไม่ได้ใช้ไฟฟ้าเข้าไปอยู่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าด้วย ทำให้ตัวเลขรถอีวีจากประเทศไทยเพี้ยนกับประเทศอื่น

ตัวเลขยอดขายรถอีวีทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี และในปี 2017 มียอดขายรวม 1.1 ล้านคัน โดยนักวิเคราะห์จากทุกสำนักเชื่อว่า นับตั้งแต่ปี 2018 จะได้เห็นการเติบโตของรถอีวีที่ชัดเจน มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากราคาแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้อยู่ในจุดที่สามารถแข่งขันกับรถเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้น้ำมันแบบเก่าได้

Bloomberg ประเมินตัวเลขยอดขายรถอีวีไว้ตามนี้ คือ
2025 = 11 ล้านคัน
2030 = 30 ล้านคัน
2040 = 60 ล้านคัน

หากเป็นไปตามการประเมินของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก หมายความว่าในปี 2040 หรืออีก 22 ปีจากวันนี้ ตัวเลขยอดขายรถอีวีจะแซงหน้ารถใช้น้ำมันแบบเก่า โดยรถอีวีที่ขายได้ส่วนใหญ่จะเป็นรถอีวีที่ใช้ไฟฟ้า 100%

การประเมินตัวเลขของบลูมเบิร์กยึดตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมเข้ามาก็จะมีการปรับตัวเลขใหม่อีกครั้ง

ตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป มีสัญญาณชัดเจนเรื่องการหมดอนาคตของรถใช้น้ำมัน เพราะมีหลายประเทศไม่ยอมให้ขายรถไอซีอีที่มีมลพิษแล้ว

เหตที่ยังมีการประเมินตัวเลขให้รถใช้น้ำมันยังขายได้อยู่ไม่น้อยในปี 2040 เพราะมีประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาอีกหลายประเทศคงเปลี่ยนแปลงช้ากว่า

อย่างไรก็ตาม หลังจากปี 2050 ทั่วโลกจะเลิกขายรถที่ใช้น้ำมัน เพราะเป็นไปตามข้อตกลงกรุงปารีสเรื่องลดโลกร้อนที่เกือบทุกประเทศได้ร่วมลงนามเอาไว้

รัฐบาลหลายประเทศกำหนดการแบนรถใช้น้ำมันแล้ว เช่น นอร์เวย์ 2025, เนเธอร์แลนด์ 2025, อินเดีย 2030, สหราชอาณาจักร 2040, ฝรั่งเศส 2040

เยอรมันอยู่ระหว่างการเสนอกฎหมายแบนไม่ให้ขายรถไอซีอีตั้งแต่ปี 2030 แต่มีแรงต่อต้านจากอุตสาหกรรมรถยนต์และน้ำมันซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียอยู่มาก ยังไม่แน่ชัดว่าผลสุดท้ายจะแบนรถใช้น้ำมันปีไหนแน่

สหรัฐอเมริกา ตลาดใหญ่ทั้งในแง่ของผู้ผลิตและผู้ใช้รถ เคยมีทิศทางสนับสนุนโลกสีเขียวมานาน แต่พอเข้าถึงยุคของ ดอนัลด์ ทรัมป์ นโยบายพลิกใหม่หมด สหรัฐอเมริกาถอนตัวจากข้อตกลงกรุงปารีส เริ่มมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำมันและถ่านหินเพิ่มขึ้น ทรัมป์ไม่มีความเชื่อเรื่องปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อม และมองว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำให้สหรัฐฯเสียค่าใช้จ่ายมากเกินไป

ในขณะที่สหรัฐฯกำลังเล่นบทผู้ร้ายกับสิ่งแวดล้อม จีนซึ่งมีส่วนสร้างมลพิษรายใหญ่ของโลกมานาน กลับเล่นบทพระเอก มีการสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียวเต็มที่ ประกาศลดและเลิกใช้ถ่านหินในโรงไฟฟ้าและอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งเสริมให้มีการใช้รถอีวีเต็มที่

ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดวันที่แน่ชัดว่า ประเทศจีนจะเริ่มแบนรถใช้น้ำมันตั้งแต่ปีไหน มีแนวโน้มว่าคงเป็นช่วงปี 2025-2030 อีกไม่นานก็จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนในปักกิ่ง

หลังการประกาศกำหนดการแบนที่แน่ชัดของประเทศจีน น่าจะมีการประเมินตัวเลขยอดขายรถอีวีในอนาคตกันใหม่

มีความเป็นไปได้สูงมากที่รถอีวีจะขายได้มากกว่าครึ่งตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป!!!

https://cleantechnica.com/2018/05/23/electric-buses-will-84-of-new-bus-sales-in-2030-bnef-forecast/
.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s