อย่ากลัวคู่แข่ง แต่กลัวลูกค้าที่จ่ายเงินให้ ทำให้ลูกค้าพอใจ ทำให้พวกเขามีความสุข

เจฟฟ์ เบโซส เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของอเมซอนและการรับมือกับการแข่งขันได้น่าสนใจมาก

เขาบอกว่าตัวเองชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เขาเริ่มต้นเลือกขายหนังสือกับอเมซอน ที่เลือกขายหนังสือเพราะมันมีหมวดหมู่หนังสือที่แยกประเภทหลากหลายมากกว่าสินค้าอย่างอื่น มีทางเลือกให้ลูกค้าแบบไม่รู้จบ

ในปี 1994 มีหนังสือที่พิมพ์ออกจำหน่ายประมาณ 3 ล้านรายการ ร้านขายหนังสือที่ใหญ่ที่สุดสามารถโชว์หนังสือให้เห็นเพียง 150,000 รายการ การขายหนังสือแบบออนไลน์ทำให้มีหนังสือเสนอขายหลากหลายมากกว่าร้านหนังสือ มีสินค้าพร้อมเสนอขายได้แบบครอบจักรวาล หนังสือทุกเล่มที่เคยพิมพ์มาก่อนมีขายทุกเล่ม ความหลากหลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ เจฟฟ์ เบโซส ทำธุรกิจขายหนังสือทางออนไลน์

เจฟฟ์ เบโซส มั่นใจว่าจะต้องประสบความสำเร็จในช่วง 30 วันแรก ซึ่งเขาตกใจมากกับยอดขายที่ทำได้ ขายดีจนเตรียมตัวรับมือไม่ทัน พนักงานที่มีอยู่ 10 คนทั้งบริษัท รวมทั้งตัวเขาและวิศวกรที่เป็นโปรแกรมเมอร์ก็ต้องมาช่วยกันแพ็คหนังสือส่งให้ลูกค้า

อเมซอนเปิดตัวในปี 1995 พอถึงปี 1997 คู่แข่งยักษ์ใหญ่ในธุรกิจร้านขายหนังสือในอเมริกา Barnes & Noble ก็ประกาศเปิดตัวขายหนังสือทางออนไลน์ด้วย

บานส์แอนด์โนเบิลมีพนักงาน 30,000 คน มียอดขายแต่ละปี 3,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่อเมซอนมีพนักงาน 125 คน มียอดขายแต่ละปี 60 ล้านดอลลาร์

ทุกคนคิดว่า อเมซอน ตายแน่! โอกาสเปิดให้ทำเงินได้เพียง 2 ปี หลังจากนั้นก็ต้องโดนยักษ์ใหญ่ฆ่าตายแน่ๆ แม้แต่หนังสือพิมพ์ยังพาดหัวว่า Amazon.toast อเมซอนกำลังจะไหม้เหมือนขนมปังปิ้ง

พวกพ่อแม่ของพนักงานอเมซอนทุกคนโทรมาถามลูกตัวเองว่า “เธอโอเคไม๊?” เกิดขวัญเสียกันทั้งบริษัทว่าธุรกิจจะไปไม่รอด มีการคาดการณ์ว่า อเมซอน จะต้องล้มละลาย!

เจฟฟ์ เบโซส เรียกพนักงานทั้งบริษัท 125 คนมาร่วมประชุมพร้อมกันแล้วบอกว่า….

“คุณรู้ไม๊! มันโอเคที่จะกลัว! แต่อย่ากลัวคู่แข่ง เพราะพวกเขาไม่เคยส่งเงินให้เรา จงกลัวลูกค้าของเรา และถ้าเราเพียงแค่โฟกัสอยู่ที่พวกเขา เราก็จะไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องหวาดหวั่นกับคู่แข่งรายใหญ่ที่เพิ่งเข้ามา”

เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกนายใหญ่อเมซอนมีความเชื่ออย่างนั้นจริงๆ และยังคงใช้แนวทางนี้สำหรับทุกธุรกิจของอเมซอน เขาบอกว่าต้องทำให้ลูกค้าพอใจ และไม่ใช่เพียงแค่พอใจเท่านั้น ต้องทำให้พวกเขามีความสุขด้วย

เจฟฟ์ เบโซส มีธุรกิจที่แตกแขนงออกไปมากมาย ได้ชื่อว่าเป็นตัวป่วนธุรกิจ เป็นดีสรัปชั่นตัวพ่อ ในปัจจุบันมีพนักงานรวม 566,000 คน บริษัทมีขนาดธุรกิจใหญ่อันดับสองของโลก เป็นรองแค่แอปเปิล และมีการคาดหมายว่า… ภายในปี 2018 อเมซอนอาจกลายเป็นเบอร์หนึ่งแซงหน้าแอปเปิลได้

คู่แข่งคงทำให้เราหวั่นไหวได้ แต่ผู้ที่จะชี้ชะตาธุรกิจได้อย่างแท้จริง คือ ลูกค้า เป็นแนวทางที่เข้าใจได้ง่ายๆ ตราบใดที่ลูกค้ายังมีความสุขดีกับเรา พวกเขาไม่หนีหายไปไหนอย่างแน่นอน

ไม่เชื่อเศรษฐีเบอร์หนึ่งของโลกแล้วจะเชื่อใคร!!!

http://www.businessinsider.com/jeff-bezos-interview-axel-springer-ceo-amazon-trump-blue-origin-family-regulation-washington-post-2018-4
.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s