Alibaba, Tencent, Baidu ป่วนธุรกิจธนาคาร แบงค์จีนเจอทางตัน ร้องขอบริษัทเทคช่วย ต้องพึ่งพิงบริษัทเทคหรือไปสร้างเทคโนโลยีเอง

บริษัทเทคโนโลยีในจีนกำลังเติบโตไม่หยุดและมีพลังอำนาจทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เข้าไปป่วนหรือพลิกโฉมรูปแบบการทำธุรกิจสารพัดอย่าง และวันนี้ธุรกิจธนาคารกำลังเจอทางตัน หากไม่หันไปพึ่งพาบริษัทเทคฯ ธนาคารอาจอยู่ไม่รอด

แบงค์ขนาดกลางและเล็กจะเดือดร้อนก่อนเพราะมีทุนน้อยกว่า ส่วนแบงค์ใหญ่คงทนได้นานกว่า ธนาคารไหนไม่อยากพึ่งพาบริษัทเทคฯต้องพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการเงินของตัวเอง เพื่อรองรับพฤติกรรมใหม่ของคนในยุคดิจิตอล

สภาพแวดล้อมทางด้านการเงินในประเทศจีนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากประเทศอื่น

บริษัทเทคฯได้พัฒนาระบบการเงินจนกลายเป็นความคุ้นชินของคนทั้งประเทศ การเงินแบบดิจิตอลมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ธุรกรรมทางด้านการเงินส่วนใหญ่ทำกันผ่านอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องใช้บริการธนาคารไหนก็สามารถ กู้เงิน ฝากเงิน โอนเงิน จากบริษัทเทคฯได้

ธุรกิจของธนาคารรูปแบบเก่าหดหายไปมาก และอาจทำให้ธนาคารที่ไม่ได้ปรับตัวถึงทางตัน ไปไม่รอด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลางเกือบทุกแห่งได้ทำสัญญาทางธุรกิจกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ในประเทศจีน อย่าง Alibaba, Tencent, และ Baidu

Ant Financial ของอาลีบาบาในวันนี้ทำธุรกรรมทางด้านการเงินได้เกือบทุกอย่าง และเป็นที่นิยมและคุ้นเคยของคนจีนทั้งประเทศ หากการเติบโตยังอยู่ในระดับเดิม อีก 3-5 ปีจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมในอุตสาหกรรมการเงินของจีน และกำลังเป็นต้นแบบธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในทุกประเทศทั่วโลกในอนาคตด้วย

Alipay ซึ่งบริหารโดย Alibaba-affiliate Ant Financial มีการเติบโตอย่างเหลือเชื่อในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา วันนี้มีจำนวนผู้ใช้มากถึง 520 ล้านราย คิดเป็นตัวเลข 51% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศจีน แต่ถ้าเทียบกับแอปของสามธนาคารยักษ์ใหญ่ในจีน มีผู้ใช้บริการเพียง 7-11% เท่านั้น

Yu’e Bao เป็นผู้ให้บริการทางด้านการเงินรายใหญ่อีกแห่งที่บริหารโดยอาลีบาบา หากนับรวมกับธุรกรรมของ Alipay จะกลายเป็นตลาดการเงินที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก ทรัพย์สินที่บริหารจัดการอยู่มีขนาดใหญ่ถึง 213,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 7 ล้านล้านบาท

นอกจากอาลีบาบาแล้ว ค่ายเทคฯอันดับหนึ่งของจีน Tencent ก็ร่วมวงพัฒนาอยู่ในตลาดการเงินดิจิตอลด้วย WeChet แอปยอดนิยมของคนจีนก็มีบริการทางด้านการเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายเช่นกัน

ข้อได้เปรียบอีกอย่างของบริษัทเทคโนโลยีที่มีเหนือธนาคารรูปแบบเก่า คือ ข้อมูล

บริษัทเทคฯสามารถคำนวณความเสี่ยงต่างๆได้ ดีกว่า เร็วกว่า ผิดพลาดน้อยกว่า การขอกู้เงินต่างๆสามารถทำได้ผ่านทางออนไลน์ เมื่อขอกู้แล้วรอรับเงินกู้ได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ไม่ต้องใช้หลักฐานมากมายเหมือนระบบเงินกู้จากธนาคารที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

มีสัญญาณชัดเจนถึงการเติบโตในธุรกิจทางด้านการเงินของบริษัทเทคโนโลยี ในขณะที่สถาบันการเงินหรือธนาคารูปแบบเก่ากำลังมีปัญหาเรื่องการเติบโต

นอกจากไม่เติบโตแล้ว เหล่าธนาคารเก่าๆกำลังถูกแย่งธุรกิจไปอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ในอนาคตอาจได้เห็นการล่มสลายของธนาคารในประเทศจีนจำนวนมาก

ทางออกอย่างหนึ่งของธนาคารรูปแบบเก่าที่ยังไม่พร้อมจะพัฒนาระบบของตัวเอง ก็ต้องไปพึ่งพิงบริษัทเทคโนโลยี ยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือยอมแบ่งผลประโยชน์ออกไปบ้าง แต่ธุรกิจยังอยู่รอดต่อไปได้

สำหรับธนาคารใหญ่ๆที่มุ่งมั่นจะสร้างหรือพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองเป็นหลัก ก็ดูเหมือนว่ายังมีงานยากลำบากในการแข่งขันรออยู่ข้างหน้าอีกมาก

ข้อมูลที่ธนาคารแบบดั้งเดิมมีน้อยกว่าบริษัทเทคฯ ทำให้ธนาคารเสียเปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน…

https://www.cnbc.com/2018/08/29/fintech-chinese-tech-firms-grow-powerful-banks-turn-to-them-for-help.html

.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s