Bitspark ฟินเทคแรกที่ใช้บล็อกเชนโอนเงิน แม็กซีน ไรอัน สาววัย 26 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ราชินีบิทคอยน์ผู้ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส แต่เป็นภัยคุกคามสถาบันการเงิน

เมื่อ 5 ปีก่อน แม็กซีน ไรอัน สาวเชื้อสายจีนออสเตรเลียที่เกิดและโตในฮ่องกง กำลังเรียนคณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชั้นปีสุดท้ายอยู่ที่ The Australian National University

เพื่อนชาวออสเตรเลียที่พักอยู่ในอพาร์ทเม้นท์เดียวกัน เป็นวิศวกรไฟฟ้าชื่อ จอร์จ แฮแรป ในห้องพักของเขาเต็มไปด้วยเครื่องมือและคอมพิวเตอร์ที่กำลังขุดบิทคอยน์

จอร์จ อธิบายให้ แม็กซีน ฟังถึงเรื่องเงินคริปโตและบิทคอยน์ เล่าให้ฟังถึงความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีบล็อกเชน แม้ว่าตอนนั้นเธอจะไม่มีความรู้พื้นฐานด้านเทคโนโลยี แต่หลังจากวันนั้นเธอไม่เคยกลับไปมหาวิทยาลัยอีกเลย ทั้งๆที่เธอเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 6 เดือนก็จะสำเร็จการศึกษาในมหาวิทยาลัย

แม็กซีน ไรอัน รู้ได้ทันทีว่า มันเป็นอนาคตที่เธออยากมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนโลกกับเทคโนโลยีใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น หากเธอไม่ลงมือทำเอง ก็คงมีคนอื่นกระโดดเข้าไปทำอย่างแน่นอน

บิทคอยน์ที่ดูเหมือนเป็นการเก็งกำไร มีภาพลบมากมาย แต่ถ้าเข้าใจระบบและนำเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่เบื้องหลังมาประยุกต์ใช้ให้ดี มันสามารถเปลี่ยนโลกได้

แม็กซีน ไรอัน เห็นโอกาสทางธุรกิจและหนทางที่จะได้ช่วยเหลือผู้คนในบ้านเกิดของเธอในฮ่องกง

ในปี 2014 แม็กซีน และ จอร์จ ได้ร่วมกันก่อตั้งสตาร์ทอัพใหม่ในฮ่องกงชื่อว่า Spark ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Bitspark

จอร์จ แฮแรป เป็น CEO ส่วน แม็กซีน ไรอัน รับตำแหน่ง COO

Bitspark เริ่มต้นธุรกิจเป็นฟินเทคที่ให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศเหมือนธนาคาร แต่คิดค่าบริการต่ำกว่า และสามารถโอนเงินไปสู่ปลายทางในต่างประเทศให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคารได้

แรงงานข้ามชาติในฮ่องกงจากหลายประเทศหลายแสนคน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธุรกิจ

คนทำงานบ้านชาวฟิลิปปินส์ในฮ่องกงที่ต้องการโอนเงินข้ามประเทศไปให้ครอบครัว หากโอนเงินแบบเก่าผ่านทางสถาบันการเงินจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก เพราะมีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำที่ต้องโดนชาร์จกำหนดเอาไว้ การโอนเงิน 100 ดอลลาร์ ผ่านทาง Western Union อาจต้องโดนหักเงินไว้สูงถึง 20 ดอลลาร์

ธนาคารหรือสถาบันการเงินไม่ได้ทำอะไรที่คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า คิดถึงผลกำไรของตัวเองเป็นหลัก

หากคิดเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการโอนโดยเฉลี่ยของผู้ที่โอนเงินจำนวนไม่มาก การโอนแบบเก่าจะเสียค่าบริการประมาณ 3.5% ในขณะที่ Bitspark คิดค่าบริการต่ำกว่า 1%

บิทสปาร์คใช้บิทคอยน์เป็นเครื่องมือช่วยโอนเงินข้ามประเทศ ลูกค้าผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องเงินคริปโต แต่สามารถโอนเงินไปให้ผู้รับปลายทางในต่างประเทศได้ และมีค่าใช้จ่ายในการโอนต่ำมาก

ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าในฮ่องกงต้องการโอนเงิน 500 ดอลลาร์ ไปให้ครอบครัวที่อยู่ในเขตชนบทของอินโดนีเซีย บิทสปาร์ค จะทำการซื้อบิทคอยน์ในฮ่องกงมูลค่า 500 ดอลลาร์ และสั่งขายเงินบิทคอยน์ดังกล่าวในอินโดนีเซีย ยอมให้ปลายทางในอินโดนีเซียรับเงินสดจากการขายบิทคอยน์จำนวนนั้น เครือข่ายปลายทางในอินโดนีเซียอาจเป็นโรงรับจำนำหรือร้านขายของชำเล็กๆในท้องถิ่น ส่วนต่างระหว่างการซื้อและขายบิทคอยน์ก็เปรียบเสมือนค่าใช้จ่ายในการโอนที่ต่ำมาก

นอกจากรับเงินสดโดยตรงแล้ว อาจใช้วิธีโอนเงินที่ขายบิทคอยน์ได้ใส่เข้าไปในแอปที่ผู้รับปลายทางแจ้งไว้ ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกรรมที่ทำผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงิน ผู้รับเงินไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคาร

ในบางครั้งยังพบด้วยว่า มูลค่าเงินโอนจากต้นทางไปปลายทางมีมูลค่าสูงขึ้น มันเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ราคาบิทคอยน์ในประเทศปลายทางมีราคาซื้อขายสูงกว่าต้นทาง

Bitspark ได้ชื่อว่าเป็นฟินเทคแห่งแรกของโลกที่เอาเทคโนโลยีบล็อกเชนโดยใช้บิทคอยน์เป็นตัวกลางเพื่อช่วยโอนเงินระหว่างประเทศ

เมื่อดูตามหลักการ ขบวนการทำงานฟังดูค่อนข้างง่าย แต่เวลาลงมือทำจริงเป็นเรื่องยากมาก มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคน แม็กซีน ไรอัน เล่าให้ฟังว่า “ไม่สามารถโกหกได้ มันเป็นงานที่ยากจริงๆ มีเรื่องมากมายที่ต้องลองผิดลองถูกเอาเอง”

ผู้หญิงอายุน้อยวัยยี่สิบกว่าที่ทำงานอยู่ในแวดวงเทคโนโลยีมีน้อยมาก การสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้นักลงทุนและผู้ใช้บริการเป็นงานที่ยากมาก แต่เธอก็ทำสำเร็จและผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆมาได้

วันนี้ Bitspark เป็นบริษัทอินเตอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงคริปโต มีหุ้นส่วนที่เป็นเครือข่ายอยู่ในหลายประเทศ คือ Hong Kong, Ghana, Indonesia, Malaysia, Nigeria, Pakistan, Philippines, Vietnam

ในปี 2017 Bitspark ทำ ICO ออกเหรียญ Zephyr ระดมทุนได้ 4.5 ล้านดอลลาร์

แม็กซีน ไรอัน ได้รับการจัดอันดับจาก Forbes Magazine ให้อยู่ใน 30 อันดับแรกของหนุ่มสาวที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งมีอิทธิพลทางด้านการเงินมากที่สุดในเอเชีย

แม้ว่าจะได้ชื่อว่าเป็นราชินีบิทคอยน์ แต่เธอบอกว่ายังไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ยังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมาก เธอต้องการผู้ร่วมงานที่เก่งกว่า และอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ได้พบเจอกับคนที่มีจุดหมายร่วมกัน

นักข่าวที่เคยไปสัมภาษณ์ แม็กซีน ไรอัน ถามเธอว่า ไปเอาความรู้และข้อมูลต่างๆจากที่ไหน? เธอหัวเราะแล้วบอกว่า “กูเกิล” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “มันเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจและต้องการพัฒนาไอเดียต่างๆอยู่แล้ว!”

https://www.cnbc.com/2018/11/26/this-26-year-old-dropped-out-of-college-and-built-a-multinational-blockchain-business.html

https://www.forbes.com/profile/maxine-ryan/#3fc7bcd7792e

https://www.forbes.com/30-under-30-asia/2018/finance-venture-capital/#5c3daa74547f

https://www.scmp.com/magazines/style/people-events/special-reports/topics/xxiv-2017/article/2120698/how-maxine-ryan

https://www.digfingroup.com/maxine-ryan/

How This 26-Year Old Dropout is Helping the Bankless With Blockchain

https://www.bitspark.io/

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s