ธนาคารกลางทั่วโลกวิจัยใช้บล็อกเชน ผู้ออกเงินดิจิตอล โอนเงินไร้ตัวกลาง แลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญระหว่างสถาบัน ช่วยบริหารหุ้นกู้ ป้องกันการฟอกเงิน

บล็อกเชนมีจุดเริ่มต้นเป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังเงินคริปโตบิทคอยน์ แต่ด้วยประสิทธิภาพที่น่ามหัศจรรย์ของบล็อกเชน ทำให้สามารถนำหลักการเดียวกันนี้ไปใช้กับกิจกรรมอื่นๆ มากมาย เป็นหนทางการทำงานแบบกระจายอำนาจ ไม่ต้องใช้ตัวกลาง ปล่อยให้ระบบช่วยทำให้กิจกรรมทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยตัวเอง

นอกจากเงินคริปโตรายอื่นๆที่เป็นผู้เริ่มเอาเทคโนโลยีไปใช้แล้ว หลายปีที่ผ่านมานี้ ก็มีข่าวการเอาบล็อกเชนไปใช้ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่นๆมากมาย

ธนาคารกลางของประเทศต่างๆซึ่งเป็นศูนย์รวมของคนเก่งคนฉลาดในแต่ละประเทศ เป็นสถาบันที่กำลังวิจัยเพื่อเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง และเราอาจได้เห็นธนาคารกลางของหลายประเทศ เอาบล็อกเชนมาใช้ก่อนใคร

ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก กำลังตรวจสอบว่า บล็อกเชนสามารถช่วยแก้ปัญหาระยะยาวอะไรได้บ้าง เช่น ประสิทธิภาพของระบบธนาคารและระบบการชำระเงิน การรักษาความปลอดภัยและความยืดหยุ่นในการชำระเงิน ฯลฯ

ตัวอย่างของกิจกรรมที่ธนาคารกำลังวิจัยและวางแผนที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนไปช่วยทำงาน เช่น

มีรายงานจาก IMF ว่าในปัจจุบันมีธนาคารกลางจากประเทศต่างๆไม่ต่ำกว่า 15 ประเทศ กำลังศึกษาที่จะออกเงินดิจิตอลของตัวเอง

เงินดิจิตอลของประเทศสามารถใช้เป็นส่วนเสริมหรือทดแทนเงินสดได้ มีศัพท์เฉพาะเป็นตัวเรียกแบบย่อว่า CBDC มาจาก Central Bank Digital Currency

ธนาคารกลางของประเทศที่มีข่าวจะออกเงินดิจิตอล เช่น บาหามาส กัมพูชา แอฟริกาใต้ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย ซาอุฯ สิงคโปร์

เงินดิจิตอลที่ออกโดยธนาคารกลาง สามารถเอาไปใช้แบบปลีกหรือแบบส่งได้ หมายถึงระหว่างบุคคลหรือสถาบัน และเอาไปใช้ในระบบใหญ่ช่วยจัดการเคลียร์ริ่งระหว่างธนาคารกันเองได้

เงินดิจิตอลช่วยทำให้ระบบอินเตอร์แบงค์ มีความรวดเร็วขึ้น เคลื่อนย้ายเงินหรือจ่ายเงินระหว่างกันได้ทันที การซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างกันสามารถเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว

ธนาคารกลางของประเทศที่มีข่าวว่ากำลังเอาบล็อกเชนมาช่วยจัดการกับหลักทรัพย์ในระบบอินเตอร์แบงค์ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อังกฤษ แคนาดา

เทคโนโลยีบล็อกเชน สามารถเอามาใช้เพื่อทำให้ระบบการชำระเงินมีความยืดหยุ่น มีความปลอดภัยมากขึ้น และช่วยลดปัญหาความไม่นอนนานที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาต่างๆ เช่น โครงข่ายล่ม ภัยธรรมชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ ฯลฯ ธนาคารกลางของประเทศที่มีข่าวว่ากำลังวิจัยอย่างอยู่ คือ บราซิล คาริบเบียนตะวันออก

การออกหุ้นกู้และการบริหารจัดการตลอดอายุของหุ้นกู้ สามารถเอาบล็อกเชนมาช่วยดูแลได้ ช่วยในการประมูลและขบวนการอื่นๆ ช่วยลดต้นทุนและทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ธนาคารโลกได้เริ่มนำบล็อกเชนมาใช้สำหรับหุ้นกู้ในเดือนสิงหาคม 2018 หุ้นมีชื่อเรียกว่า BONDI

ธนาคารกลางสามารถใช้บล็อกเชนช่วยตามดูธุรกรรมด้านการเงินของผู้คนในระบบได้จำนวนมาก ตามรอยเงินได้ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง ทำให้ตรวจจับพฤติกรรมการฟอกเงินได้ง่ายขึ้น ธนาคารกลางของฮ่องกงกำลังมีข่าวว่าจะเอามาใช้

เทคโนโลยีบล็อกเชนช่วยทำให้การแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลได้สะดวกขึ้น สามารถสร้างระบบที่กำหนดการเข้าถึงข้อมูลระหว่างกันได้ หน่วยงานระหว่างรัฐบาลหรือสถาบันเอกชนสามารถแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน ธนาคารกลางของบราซิลกำลังวิจัยเพื่อนำระบบนี้มาใช้

ธุรกรรมทางด้านการเงินที่เอาบล็อกเชนมาใช้ ซึ่งข้อมูลถูกเก็บรวบรวมแบบกระจายไม่ต้องมีศูนย์กลาง ทำให้ธุรกรรมต่างๆรวดเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับระบบเก่าที่ต้องใช้เอกสารมาก มีคนทำงานหลายคน และใช้เวลานาน ข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายสามารถเอามาแบ่งปันกัน และยังรักษาความเป็นส่วนตัวหรือความลับตามความจำเป็นได้ ธนาคารกลางของฮ่องกงกำลังวิจัยเอามาใช้งาน

ตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ตามที่กล่าวถึงนี้ หลายเรื่องยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่อีกไม่เกิน 4 ปีจากวันนี้ จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นอย่างแน่นอน

https://www.forbes.com/sites/worldeconomicforum/2019/04/08/10-ways-central-banks-are-researching-blockchain-technology-today/#3bec5f0f3823

.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s