ความต้องการรถใช้น้ำมันกำลังดิ่งต่ำลง ยานยนต์ไฟฟ้า-รถไร้คนขับ คืออนาคต บริษัทรถยนต์ ยักษ์เทคมุ่งไปทางเดียวกัน อีก 10 ปีข้างหน้า อาจไม่มีใครซื้อรถใช้

จุดจบของรถยนต์ใช้น้ำมันกำลังใกล้เข้ามาทุกที

ปี 2018 เป็นปีที่ถึงจุดสูงสุดของรถ ICE หรือ Internal Combustion Engine มีการประเมินว่าตัวเลขยอดขายรถใช้น้ำมันจะไม่สูงไปกว่านี้แล้ว นับจากนี้ต่อไปจะลดถอยลงทุกปี และในที่สุดก็จะไม่มีใครซื้อรถใช้น้ำมันอีกต่อไป

สิ่งที่จะเป็นผลตามมาอีก คือ อวสานของอุตสาหกรรมน้ำมันสำหรับรถยนต์

มีการคาดหมายว่าความต้องการใช้น้ำมันสูงสุดของโลกจะอยู่ในปี 2021 แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่าปัจจุบันก็อยู่ในช่วงขาลงแล้ว

ยานยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีทำให้มีการใช้น้ำมันน้อยลง 350,000 บาเรลต่อวัน และเมื่อมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากันมากๆ การใช้น้ำมันในแต่ละวันจะหายไปถึง 58,000,000 บาเรลต่อวัน

ปี 2019 ในอเมริกาอีวีจะมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 2.73% ส่วนในประเทศจีนยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนแบ่งตลาดถึง 5.4% แล้ว

หลายสำนักได้ลองวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายต่อไมล์ระหว่างยานพาหนะที่ใช้น้ำมันและไฟฟ้า และได้ข้อสรุปตรงกันว่ายานยนต์ที่ใช้พลังงานจากไฟฟ้ามีต้นทุนต่ำกว่ามากกว่าหนึ่งเท่าตัว และนับวันไปก็จะยิ่งถูกลงเรื่อยๆ

สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนอีวีต่ำลงต่อเนื่อง เพราะต้นทุนแบตเตอรี่ลดต่ำลงต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทุกปี

ถ้าหันไปดูการคาดการณ์หรือแนวโน้มการพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ต่างๆของโลกก็จะยิ่งเห็นภาพชัดเจนขึ้นไปอีก

โฟล์กสวาเกนใช้เงิน 50,000 ล้านดอลลาร์พัฒนารถ EV สำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า

นิสสันเดินหน้าเรื่องอีวีมานานหลายปีแล้ว และประสบความสำเร็จด้วยดี

จีเอ็มมีรถยนต์ไฟฟ้า 20 รุ่นพร้อมเสนอขายในช่วง 4 ปีข้างหน้า

เมอร์ซิเดซเบนซ์ บีเอ็บดับบลิว โตโยต้า ก็กำลังมุ่งหน้าไปทางอีวี เหมือนเป็นภาคบังคับที่ต้องทำ ถ้าหากยังอยากอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์

เทสล่าเป็นตัวพลักดันหลักที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่ายต้องหันมาสนใจอีวี ในปัจจุบันเทสล่าผลิตรถออกมาไม่ทันความต้องการที่ลูกค้าสั่งจอง และคงเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนานหลายปี

ในวงการขนส่งที่ใช้ยานพาหนะมากๆก็เริ่มตื่นตัวอย่างชัดเจน เพราะอีวีทำให้ต้นทุนค่าขนส่งต่ำลง

UPS อเมริกาในปัจจุบัน ใช้อีวีและไฮบริดในการทำงานรวมกันมากกว่า 1,000 คัน และตั้งเป้าหมายให้มีการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดให้ได้ 25% ภายในปี 2020 ขณะนี้ยูพีเอสกำลังลังอยู่ระหว่างรอรถบรรทุกใหญ่ semi-truck ของเทสล่าที่สั่งไปแล้ว 125 คัน

ไม่มีข่าวว่าบริษัทไหนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีรถใช้น้ำมันแบบเก่าแล้ว อนาคตของยานยนต์โลกจะต้องหันไปในทางยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน และมันกำลังจะมุ่งหน้าไปสู่รถไร้คนขับ และจะทำให้คนส่วนใหญ่ในอนาคตไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถไว้ใช้เอง

มีการคาดการณ์ว่าภายใน 10 ปีข้างหน้า คนทั่วไปอาจไม่มีความจำเป็นต้องซื้อรถกันแล้ว

บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆของโลกเกือบทุกค่ายหันมาพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับรถไร้คนขับ มันจะกลายเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลในอนาคตอันใกล้

กูเกิล แอปเปิล กำลังพัฒนาเทคโนโลยีรถไร้คนขับ อีก 1-2 ปีจากนี้เมื่อมีกฎระเบียบที่ชัดเจน จะได้เห็นรถไร้คนขับออกมาจำนวนมาก และมันจะกลายเป็นรถที่ใช้ร่วมกัน ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเป็นเจ้าของเอง

ค่ายเทสล่าซึ่งมีความพร้อมมากที่สุด ประกาศแล้วว่าในปี 2020 จะเริ่มได้เห็นรถแท็กซี่ไร้คนขับเทสล่า เป็น Robo Taxi เต็มรูปแบบ ไม่ต้องใช้คนขับ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการเดินทางต่ำลงไปอีกมาก

ผู้ผลิตรถยนต์เกือบทุกค่ายกำลังมุ่งหน้าลงทุนเป็นผู้ให้บริการรถแท็กซี่เพราะเชื่อว่า ความต้องการซื้อรถไว้ใช้ส่วนบุคคลในอนาคตจะหดตัวลง และอาจหดหายจนไม่มีความจำเป็นต้องซื้ออีกต่อไป

แบตเตอรี่ที่ราคาถูกลงเรื่อยๆ 5G ที่ทำให้การสื่อสารทั่วโลกดีขึ้น เป็นตัวพลักดันสำคัญทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่อีวีและรถไร้คนขับในอนาคต….

https://www.diamandis.com/blog/death-of-the-internal-combustion-engine

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s