AIกับการพัฒนาสัมผัสทั้ง5แบบมนุษย์ เซนเซอร์เป็นตัวรับรู้ให้ปัญญาประดิษฐ์ ได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัส มีข้อมูลมากขึ้น มีความแม่นยำมากขึ้น

ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ คือ ได้ยิน ได้เห็น ได้กลิ่น ได้รส ได้สัมผัส ซึ่งมนุษย์มี หู ตา จมูก ลิ้น มือ ทำหน้าที่เป็นตัวรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ

AI ไม่มีอวัยวะเหมือนร่างกายมนุษย์ ต้องใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Sensor ทำหน้าที่เป็นตัวรับรู้ป้อนข้อมูลให้มันเอาไว้ตีความ วิเคราะห์ เพื่อตัดสินใจในการโต้ตอบเหมือนที่มนุษย์ทำ

แต่ AI สามารถทำงานมีประสิทธิภาพเหนือกว่ามนุษย์ มันไม่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนข้อมูลที่สามารถจำได้ มันแยกแยะรายละเอียดที่เป็นความแตกต่างข้อมูลจำนวนจำนวนมากได้ มันสามารถวิเคราะห์อย่างเป็นระบบตามโปรแกรมหรือการเรียนรู้ที่มันเคยได้รับมาก่อน มันสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาคิดหรือตัดสินใจนาน ๆ

สำหรับเครื่องจักร เซนเซอร์หรือตัวรับรู้ที่ใช้สำหรับตรวจจับ แยกออกได้เป็น 2 หมวด คือ Physical Sensor และ Chemical Sensor

Physical Sensor หมายถึงตัวรับรู้ทางกายภาพ ใช้อุปกรณ์ตรวจจับปริมาณทางกายภาพ เช่น แสง แรงกด เสียง โลกมีเซนเซอร์ลักษณะนี้ใช้มานานแล้ว เป็นประสาทสัมผัสขั้นพื้นฐานที่ใช้หลักการในการตรวจจับง่าย ๆ ตัวอย่างของอุปกรณ์ที่ใช้ เช่น กล้อง ไมค์

Chemical Sensor หมายถึงตัวรับรู้ทางเคมี เป็นอุปกรณ์ที่ตรวจจับสารเคมีซึ่งสามารถเห็นคุณสมบัติที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่นเครื่องวัดค่า pH ที่เป็นเซนเซอร์ทางเคมีที่ตอบสนองต่อโปรตอน

นักวิเคราะห์ทั่วโลกมีความเห็นตรงกันว่า Sensor หรืออุปกรณ์ที่เป็นตัวรับรู้สำหรับ AI เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตดี

กล้องที่มีคุณภาพดี เปรียบเสมือนคนตาดี แต่กล้องทำงานได้เหนือกว่าคนแบบเทียบกันไม่ได้ กล้องหลายตัวเหมือนมีตาหลายตา กล้องสามมิติมองเห็นรายละเอียดได้หลายมิติ กล้องจุลทรรศน์มองเห็นภาพขนาดเล็กที่สายตามนุษย์มองไม่เห็น ฯลฯ

เรดาร์ ไลดาร์ ที่ใช้ในรถไร้คนขับ ทำหน้าที่แทนตาผู้ขับขี่ รับรู้ได้ถึงระยะที่ถูกต้องของวัตถุที่อยู่รอบตัว

ไมค์ดี ๆ รับและบันทึกเสียงจากรอบข้างในระยะไกลได้ รู้ว่าเป็นเสียงอะไร สามารถแยกแยะเสียงหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันว่าเป็นเสียงของอะไรบ้าง

เทคโนโลยี AI ที่ในปัจจุบันมีการพัฒนามากที่สุด คือ Facial Recognition และ Voice Recognition หมายถึงการจดจำใบหน้า และจดจำเสียง มีตัวอย่างการทำงานที่เอาไปใช้ประโยชน์ให้เห็นมากมาย

ประสาทสัมผัสทางกายภาพด้านการสัมผัส หรือ Touch อยู่ระหว่างการพัฒนาที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง มือของหุ่นยนต์กำลังเรียนรู้ในการสัมผัสวัสดุแต่ละชนิดที่มีความแตกต่างกัน

เซนเซอร์ที่ช่วยแยกแยะความแตกต่างของรสชาติที่เรียกว่า Taste Sensor มีการใช้จริงในวงการอาหารแล้ว มีเซนเซอร์แต่ละตัวที่สามารถบอกถึงระดับความมากน้อยของ ความขม ความเปรี้ยว ความกลมกล่อม ความเค็ม ความหวาน ความฝาด ในอุตสาหกรรมอาหารที่เคยใช้คนชิมรสชาติซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเสียเวลานาน วันนี้มี AI ชิมรสชาติทำหน้าที่แทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และมีความแน่นอนมากกว่าใช้คน

เซนเซอร์ที่ใช้ตรวจจับกลิ่นก็มีแล้ว Google และ IBM มีการพัฒนาที่ก้าวหน้ากว่าบริษัทเทคโนโลยีอื่น มันไม่สามารถดมกลิ่นได้เหมือนคน แต่มันเรียนรู้กลิ่นจากข้อมูลที่มนุษย์ฝึกฝนมัน มนุษย์ป้อนข้อมูลสอนให้ AI รู้ว่าโมเลกุลแบบไหนมีกลิ่นเรียกว่าอะไร หลังจากการเรียนรู้ข้อมูลมาก ๆ อัลกอริทึมสามารถคาดการณ์กลิ่นจากโครงสร้างที่ต่างกันของโมเลกุล ตอนนี้เริ่มมีการพัฒนาใช้เซนเซอร์ AI ไปช่วยสร้างน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ แล้ว

โดยภาพรวมแล้ว การพัฒนา AI ที่นักวิทยาศาสตร์ทำอยู่ในวันนี้ ก็มีพื้นฐานที่เป็นแนวทางการพัฒนาที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่มนุษย์มี แต่ AI สามารถเพิ่มพลังได้ไม่รู้จบ

มนุษย์ที่มีประสาทสัมผัสพิเศษนอกเหนือจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 เราเรียกว่า คนที่มีประสาทสัมผัสที่ 6 ทำให้มีความพิเศษเหนือคนทั่วไป

ถ้าลองคิดไปไกล ๆ ว่า หากวันหนึ่ง AI มีประสาทสัมผัสที่ 6 บ้าง มันจะเป็นอย่างไร? ถ้ามันเห็นว่ามนุษย์เป็นศัตรูของมันจะเป็นอย่างไร?

https://www.engadget.com/2018/10/25/ibm-ai-perfume/

https://www.engadget.com/2019/10/24/google-researchers-train-ai-smells/

http://www.insent.co.jp/en/products/taste_sensor_index.html .

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s