ID4 วันชาติอเมริกา

ย้อนหลังไป 244 ปี อเมริกาเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรในสมัยของ King George ที่ 3 และวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 เป็นวันที่สภาของอาณานิคมอเมริกัน 13 รัฐ ประกาศอิสรภาพ และในปัจจุบันได้กลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

รากเหง้าดั้งเดิมของอเมริกันในยุคแรกมาจากยุโรป มาจากอังกฤษและเครือสหราชอาณาจักรจำนวนมาก เป็นดินแดนแห่งโอกาส วันนี้อเมริกากลายเป็นการรวมตัวของคนหลายเชื้อชาติ

อดีตประธานาธิบดีอเมริกาทุกคน สามารถสืบย้อนหลังได้ว่ามีเชื้อชาติจากไหน

George Washington ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา มีบรรพบุรุษ รุ่นปู่มาจากอังกฤษ และมีเชื้อชาติบางส่วนจากฝรั่งเศส

George H. W. Bush และ George W. Bush สองพ่อลูกเป็นประธานาธิบดีคนที่ 41 และ 43 ของสหรัฐอเมริกา มีเชื้อชาติดั้งเดิมเป็น อังกฤษ เยอรมัน ไอริช

Donald Trump ประธานาธิบดีคนที่ 45 ในปัจจุบัน มีเชื้อชาติ เยอรมัน สก๊อต

วันนี้เป็นวันชาติอเมริกา อยากขอเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับอเมริกาที่ผมรู้จัก และเคยไปทำธุรกิจที่นั่นหลายครั้ง

ผมเคยไปอเมริกาเพื่อธุรกิจ แต่ไม่เคยไปเรียนที่นั่น ครั้งแรกที่ไปเป็นช่วงยุค 1980 นานกว่าสามสิบปีแล้ว ไปประชุมที่ L.A. เวลาเจอเพื่อนนักธุรกิจอเมริกัน ตอนนั้นผมชอบถามคนอเมริกันว่ามีพื้นเพดั้งเดิมมาจากชาติไหน ส่วนใหญ่จะตอบกันไม่ค่อยได้ และไม่ค่อยมีใครสนใจที่มาของตัวเอง

ใน L.A. มี Thai Town ซึ่งมีสถานีรถไฟฟ้าที่สามารถเดินทางไปได้ เวลาไปกินอาหารในร้านอาหารไทย ได้เจอคนไทยในต่างแดนแล้วรู้สึกดีใจมาก เหมือนได้เจอคนรู้จักกัน และพูดภาษาเดียวกันในต่างแดน แต่คนไทยที่เปิดร้านค้าอยู่ที่นั่น เขาเจอคนไทยทุกวันอยู่แล้ว ไม่ได้ตื่นเต้นที่เจอเรา แต่เราตื่นเต้นที่เจอเขา!

ลอสแอนเจลิส อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางฝั่งซ้ายหรือตะวันตกของอเมริกา ส่วนนิวยอร์ก อยู่ทางตะวันออกของอเมริกา

ผมเคยไป นิวยอร์ก และพักที่ แมนฮัตตัน หลายวัน โรงแรมอยู่แถวถนนสายที่ 42 เมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่มีใครหลงทาง ถนนแต่ละสายเรียงกันเป็นหมายเลข ตั้งแต่ถนนสายที่ 1 ถึง 228 ไชน่าทาวน์อยู่ทางตอนใต้ของเกาะแมนฮัตตัน อยู่ติดกับลิตเติลอิตาลี หนังมาเฟียฮอลลีวูดมักมีฉากคล้ายกับที่เห็นจากที่นี่

อาหารจีนในไชน่าทาวน์แมนฮัตตันอร่อยมาก รสชาติแบบกวางตุ้ง แต่ละชามที่มาเสิร์ฟใหญ่มาก ชามหนึ่งประมาณ 2-3 เท่าของข้าวแกงที่เรากินกันในประเทศไทย

ครั้งแรกที่ได้เห็นคนจรจัดในอเมริกา ได้เห็นที่นิวยอร์ก ส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำ อาศัยอยู่ตามข้างถนนในมุมมืดๆ ผมเคยเดินขึ้นไปทางเหนือและใต้ของแมนฮัตตัน สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ทางใต้ดูค่อนข้างเสื่อมโทรม แต่พอไปทางเหนือๆจะได้เห็นคนมีฐานะดีๆมากกว่า

หันกลับมาประเทศไทย ผมมีประสบการณ์ทำงานให้บริษัทและคนจากโลกตะวันตกอยู่เสมอ ทั้งจากอเมริกาและหลายๆชาติในยุโรป

เวลาคุยกับคนยุโรป ได้ยินพวกเขานินทาคนอเมริกันอยู่บ่อยมาก เช่น คนอเมริกันเก่งแต่เรื่องการนำเสนอ พูดมากกว่าทำ ชอบคุยใหญ่คุยโต เคยได้ยินคนเยอรมันที่รู้จักคนหนึ่งพูดถึงอเมริกันแบบเย้ยหยันว่า ประเทศอายุแค่สองร้อยกว่าปี ไม่มีวัฒนธรรมอะไรเป็นของตัวเอง

เวลาได้ยินคนยุโรปพูดถึงอเมริกันในด้านลบ ผมกลับคิดถึงสำนวนโบราณว่า “องุ่นเปรี้ยว” หมายความว่า เห็นเขามีของดี แต่ตัวเองไม่มีเหมือนเขา เลยบอกว่าสิ่งนั้นไม่ดี

โดยส่วนตัวแล้ว ผมได้รับวัฒนธรรมอเมริกันมากที่สุด ฟังเพลงอเมริกัน ดูหนังฮอลลีวูด ข่าวสาร หนังสือ ตำรา ก็มาจากอเมริกา เทคโนโลยีที่ใช้ส่วนใหญ่มีพื้นฐานจากอเมริกา ได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของอเมริกา

ตอนที่ไม่เคยไปอเมริกา ก็อยากไปมาก อยากได้เห็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยตาของตัวเองสักครั้งในชีวิต

ผมเป็นคนเจน B หรือ Baby Boomer ที่เกิดและโตในประเทศไทย คนรุ่นเดียวกับผมในประเทศไทยจะได้พบและรู้จักอเมริกันมากขึ้นในช่วงสงครามเวียดนามที่มีฐานทัพในประเทศไทย สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพสหรัฐที่ส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเพื่อนบ้านเราที่ในสมัยนั้นเป็นคอมมิวนิสต์

ในสมัยที่ผมเป็นเด็ก ประเทศไทยมีตึกสูงเพียง 2 แห่ง และอยู่ในกรุงเทพฯ คือ โรงแรมดุสิตธานี ศาลาแดงสีลม และตึกโชคชัย สุขุมวิท

ตอนเรียนชั้นประถมที่ศรีวิกรม์ใกล้เอกมัย เคยเดินเล่นจากโรงเรียนไปเที่ยวตึกโชคชัย ที่เป็นตึก 25 ชั้น เวลาไปก็ขึ้นลงลิฟท์กันหลายรอบ สนุกดี เวลาอยู่ชั้นบนสุดมองออกมาทางหน้าต่าง เห็นได้ไกลถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่มีตึกอะไรบังเลย

บนตึกโชคชัยเป็นที่ทำงานของทหารอเมริกัน น่าจะเป็นพวก CIA ที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย ตอนขึ้นลิฟท์มีทหารฝรั่งอเมริกันที่เข้ามาใช้ลิฟท์ด้วย ฝรั่งเห็นผมกับเพื่อนๆ แล้วหันมาพูดเสียงดังกับพวกเราว่า “จะขึ้นหรือจะเล่น?!” พวกเราได้ยินฝรั่งพูดไทยแล้วหัวเราะชอบใจ แต่ไม่มีใครกลัว

คนอเมริกันในยุคสงครามเวียดนาม มาอยู่เมืองไทยแล้วไข่ทิ้งไว้กับสาวไทยหลายคน มีทั้งอเมริกันผิวขาวและผิวดำ เด็กหลายคนในภายหลังกลายเป็นดาราลูกครึ่งที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมขับรถแล้วรถติดอยู่แถวสี่แยกมักกะสันเพชรบุรี ในสมัยนั้นตามสี่แยกมีเด็กขายหนังสือพิมพ์และขายพวงมาลัยเต็มไปหมด มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 10 ขวบ เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันผิวดำ ขายหนังสือพิมพ์อยู่ริมถนน แล้วช่วงนั้นก็มีคนอเมริกันผิวดำนั่งตุ๊กๆสามล้อผ่านมาตรงนั้นพอดี ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กัน รถขับผ่านไปแล้วยังเหลียวหลังมายิ้มให้กันอยู่นานโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย….

ภาพของคนสองคนที่มีเชื้อชาติเดียวกัน ได้มาเจอกันในกรุงเทพฯ แล้วยิ้มให้กัน มันเป็นการสื่อสารที่ไม่ต้องใช้คำพูดอะไร

คนอเมริกันคนนั้นคงรู้สึกสงสารเด็กไทยผิวดำที่อยู่ข้างถนน ส่วนเด็กลูกครึ่งอเมริกันไทยในหมู่เด็กไทยที่รู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นคนผิวสีเดียวกัน ทำให้รู้สึกได้ว่า มีคนที่เหมือนกับตัวเอง แต่ตัวเองอาจอยู่ผิดที่

ช่วงนี้ ยังไม่มีใครมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ลองอ่านเป็นตัวหนังสือเกี่ยวกับต่างประเทศไปก่อน

ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอเมริกาที่อยู่ในความทรงจำส่วนตัวที่อยากจะนำมาแบ่งปันให้แฟนเพจได้อ่านกันในโอกาสวันชาติอเมริกา!!!

(บทความ : สุทธิชัย ทักษนันต์)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s