บริษัทต่าง ๆ ในสิงคโปร์ช่วยโลกลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ด้วย AWS Cloud

งานวิจัยใหม่โดย 451 Research พบว่าเมื่อบริษัทต่าง ๆ ในสิงคโปร์ย้าย workload ด้านไอทีขึ้นสู่ระบบคลาวด์ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 76%

สิงคโปร์ (11 สิงหาคม 2564) – วันนี้ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services, Inc. หรือ AWS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Amazon.com แถลงผลการวิจัยเรื่อง โอกาสในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนเมื่อย้ายขึ้นสู่ระบบคลาวด์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Carbon Reduction Opportunity of Move to the Cloud for APAC) โดย 451 Research ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ S&P Global Market Intelligence จากรายงานพบว่าเมื่อองค์กรรวมถึงหน่วยงานภาครัฐของสิงคโปร์ได้ทำการโยกย้ายปริมาณงาน (workload) ด้านการประมวลผลจากศูนย์ข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร (on-premises data centers) ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์สามารถนำไปสู่การลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศของโลกได้มากถึง 76%

451 Research ได้รับมอบหมายจาก AWS ให้ทำการสำรวจองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 500 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ครอบคลุมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วออสเตรเลีย อินเดีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ งานวิจัยนี้มีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจอีกกว่า 100 รายในสิงคโปร์ นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเปิดเผยอีกด้วยว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์ที่มีการร่วมมือกับบริษัทที่ทำงานด้านพลังงานหมุนเวียนในสิงคโปร์โดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% นั้นยังสามารถช่วยโลกลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย จากรายงาน หากเพียง 25% ของบริษัทในสิงคโปร์จำนวน 1,300 แห่งที่มีการจ้างพนักงานมากกว่า 250 คน[1] นำ workload ประมวลผลคิดเป็นปริมาณหนึ่งเมกะวัตต์ (MW) ไปในระบบคลาวด์[2]ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน ก็จะช่วยลดการปล่อยมลพิษเทียบเท่ากับหนึ่งปีจาก 23,500 ครัวเรือนในสิงคโปร์[3]

“ลูกค้าในเอเชียแปซิฟิก ที่ย้าย workload ขึ้นไปบนคลาวด์ของ AWS สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ พวกเขาได้รับประโยชน์จากผลกระทบโดยสุทธิในทุกก้าวทุกความพยายามของเราในการมุ่งสู่ความยั่งยืน” เคน เฮก (Ken Haig) หัวหน้าฝ่ายนโยบายพลังงานประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นของ AWS กล่าว “ด้วยขนาดของธุรกิจและการมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมของ AWS ช่วยให้เราสามารถพัฒนาศูนย์ข้อมูลของเราให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพรวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าองค์กรแบบเดิม ๆ นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของเราในการช่วยลดปริมาณพลังงานที่จำเป็นเพื่อขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลแล้ว เรามีเป้ามหายที่จะจัดหาพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของเราทั่วโลกให้ได้100% ภายในปี 2568 ตลาดพลังงานในเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ท้าทายที่สุดในโลกสำหรับธุรกิจที่แสวงหาแหล่งพลังงานหมุนเวียน 100% แต่เรายังคงต้องร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้ รวมถึงการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ AWS เรายังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จด้านความยั่งยืนของตนเองผ่านการใช้เทคโนโลยีคลาวด์และขับเคลื่อนนวัตกรรมในโซลูชันที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอนให้อยู่ในระดับต่ำ เราชื่นชมนโยบายการมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับระบบคลาวด์เป็นอันดับแรก (cloud-first policies) ของรัฐบาลสิงคโปร์และความมุ่งมั่นในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งผ่านนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าระบบคลาวด์สามารถที่จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้สิงคโปร์บรรลุเป้าประสงค์มุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ ซึ่งรวมถึงโครงการต่าง ๆ อาทิ Singapore Green Plan 2030 เป็นต้น”

ในเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา Amazon ได้ลงนามในโครงการพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นโครงการแรกของบริษัทที่สิงคโปร์ โดยโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีขนาด 62 เมกะวัตต์นี้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ในปี 2565 และก็จะกลายเป็นหนึ่งในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ที่เคลื่อนย้ายได้แบบมวลรวมที่ใหญ่ที่สุดที่ออกแบบและติดตั้งในสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะสามารถผลิตพลังงานสะอาดได้ 80,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ในแต่ละปี ซึ่งเพียงพอต่อการให้พลังงานแก่บ้านเรือนในสิงคโปร์มากกว่า 10,000 หลัง ปัจจุบัน Amazon เป็นบริษัทผู้ซื้อพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยโครงการด้านพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวม 232 โครงการทั่วโลก

“จากการสำรวจของเรา มีเพียงบริษัทและองค์กรในสิงคโปร์เท่านั้นที่สามารถทำได้ดีแซงค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพระดับเซิร์ฟเวอร์ (server-level) หรือะระดับอำนวยการ (facility-level) ของศูนย์ข้อมูล” เคลลี มอร์แกน (Kelly Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย Datacenter Infrastructure & Services ของ 451 Research บริษัทในเครือ S&P Global Market Intelligence กล่าว “สิ่งนี้เป็นเพราะองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนของสิงคโปร์สามารถรวม workload ได้มากขึ้น เพื่อช่วยลดจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่จำเป็น ซึ่งช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการใช้งานและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ องค์กรต่าง ๆ ในสิงคโปร์ยังสามารถปรับใช้เทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ล่าสุดได้แต่เนิ่น ๆ และสามารถรีเฟรชเซิร์ฟเวอร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นโดยเฉลี่ย ในขณะที่การใช้งานพลังงานหมุนเวียน (renewable energy penetration) โดยภาพรวมของสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ในสิงคโปร์ในปัจจุบันถือว่ามีคาร์บอนที่เข้มข้นน้อยที่สุดในบรรดาประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการสำรวจ ทว่าองค์กรต่าง ๆ ในสิงคโปร์ที่ย้าย workload ขึ้นสู่ระบบคลาวด์ยังคงแสดงให้เห็นได้ถึงค่าที่ลดลงของพลังงาน workload โดยเฉลี่ยคิดเป็น 76% ทั้งนี้เนื่องจากผู้ให้บริการระบบคลาวด์อย่างเช่น AWS ถูกผลักดันในการทำให้ทุกส่วนของโครงสร้างพื้นฐานทำงานเชื่อมประสานกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการปฏิบัติงาน และไปจนถึงต้นทุนที่ต่ำลง รวมถึงให้บริการด้านไอทีในวงกว้างยิ่งขึ้น”

นอกเหนือจากการประหยัดต้นทุนและประสิทธิภาพของกระบวนการแล้ว AWS มุ่งมั่นที่จะเพิ่มขีดความสามารถให้กับลูกค้าชาวสิงคโปร์ด้วยเครื่องมือที่ช่วยสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่โซลูชันด้านความยั่งยืนของตนเองได้บนคลาวด์ ตัวอย่างเช่น Maxeon Solar Technologies ผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สิงคโปร์ ได้ตัดสินใจที่จะใช้บริการ AWS Cloud แบบครบวงจรในสิงคโปร์เพื่อช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นลูกค้าในประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศ และมีส่วนร่วมสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนของตนเอง Maxeon Solar Technologies ทำงานร่วมกับ AWS ในแผนเร่งการโยกย้าย workload ขององค์กรจากศูนย์ข้อมูลในรูปแบบกายภาพขึ้นสู่ AWS Cloud ได้ภายในสามเดือน

“ที่ Maxeon ผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ของเรากำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Powering Positive Changes) ในประเทศต่าง ๆ กว่า 100 ประเทศทั่วโลก” ลินด์ซีย์ ไวด์แมนน์ (Lindsey Wiedmann) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและหัวหน้าผู้บริหารด้านแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) ระดับโลกของ Maxeon Solar Technologies กล่าว “อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์เป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และที่ Maxeon เรายังคงผลักดันขอบเขตของนวัตกรรมต่อไป เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของอุตสาหกรรมได้มากยิ่งขึ้นทั่วโลก ตลอดจนสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าสำหรับโลกของเรา ปัจจบัน ด้วยการสนับสนุนของ AWS รวมถึงพลังของคลาวด์คอมพิวติง เราจึงสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจของเราได้ดีขึ้นด้วยวิธีการที่ยั่งยืน โดยใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยของ AWS เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงานแสงอาทิตย์ได้เร็วขึ้น”

AWS มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนาดคลาวด์ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทำให้ AWS สามารถประสบความสำเร็จในการใช้ทรัพยากร ตลอดจนประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงกว่าศูนย์ข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์แบบ On-premises ภายในองค์กรทั่วไป ระบบเซิร์ฟเวอร์ของ AWS ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานพลังงานและใช้เทคโนโลยีส่วนประกอบล่าสุด ตัวอย่างเช่น โปรเซสเซอร์ AWS Graviton2 ที่สร้างขึ้นได้ตามที่ลูกค้า AWS ต้องการ มอบประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีกว่าโปรเซสเซอร์ Amazon Elastic Compute Cloud (EC2) ตัวอื่น ๆ นอกจากนี้ AWS ยังคิดค้นการออกแบบระบบระบายความร้อนเพื่อลดการใช้น้ำและใช้ข้อมูลเซ็นเซอร์แบบเรียลไทม์เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การระบายความร้อนมีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่หากยิ่งมีสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นมากขึ้นเพียงใด ยิ่งส่งผลให้มีการใช้พลังงานในการระบายความร้อนมากขึ้น

451 Research พบว่าประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นของศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์มาจากการใช้เซิร์ฟเวอร์ล่าสุดที่ประหยัดพลังงานที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะทำงานในอัตราการใช้ที่สูงกว่าศูนย์ข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร ปัจจัยทั้งสองนี้รวมกันทำให้ศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์ใช้พลังงานน้อยลง 67.4% การใช้งานเซิร์ฟเวอร์โดยเฉลี่ยในองค์กรต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิกนั้นมีอัตราต่ำกว่า 15% ในทางตรงกันข้าม งานวิจัยของ 451 Research แสดงให้เห็นว่า ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ใช้งานเซิร์ฟเวอร์ได้ดีกว่า 50% ในการหาความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและสมรรถนะของแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ผลงานวิจัยยังพบอีกว่า ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ศูนย์ข้อมูลของการให้บริการบนคลาวด์ รวมถึงการใช้ระบบจ่ายพลังงานขั้นสูงและเทคโนโลยีระบายความร้อน ช่วยให้ประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 11.4% ศูนย์ข้อมูลบนคลาวด์ที่ประมวลผล workload แบบเดียวกันกับศูนย์ข้อมูลภายในองค์องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนมีประสิทธิภาพด้านการประหยัพพลังงานที่มากกว่าถึงห้าเท่า

Amazon มุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนให้กับลูกค้าและโลกใบนี้ Amazon ขอเชิญองค์กรต่าง ๆ เข้าร่วม The Climate Pledge เพื่อเป็นคำมั่นสัญญาในการช่วยให้โลกปลอดก๊าซคาร์บอนได้ภายในปี 2583 ซึ่งเร็วกว่าข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ถึง 10 ปี ขณะนี้องค์กรกว่า 100 แห่งได้ลงนามใน The Climate Pledge โดยให้คำมั่นว่าจะใช้ขนาดขององค์กรเพื่อขจัดการใช้คาร์บอนให้ออกจากเศรษฐกิจผ่านการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

###

เกี่ยวกับอะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส

ตลอดระยะเวลา 15 ปี อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services: AWS) เป็นบริการคลาวด์ที่ครอบคลุมและกว้างขวางที่สุดในโลก AWS ขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการทำงานบนคลาวด์ทุกรูปแบบ ซึ่งในปัจจุบันมีบริการอย่างเต็มรูปแบบกว่า 200 รายการ สำหรับการคำนวณ การจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล ระบบเครือข่าย การวิเคราะห์ การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning: ML) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things: IoT) โทรศัพท์มือถือ การรักษาความปลอดภัย ไฮบริด เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual reality: VR) และการรวมวัตถุเสมือนเข้ากับสภาพแวดล้อมจริง (Augmented reality: AR) สื่อและการพัฒนาแอปพลิเคชัน การใช้งาน และการจัดการจาก 80 Availability Zones (AZs) ใน 25 ภูมิภาค พร้อมประกาศแผนสำหรับ Availability Zones เพิ่มเติมอีก 18 แห่ง และอีกหก AWS Regions ในออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลูกค้ากว่าล้านรายรวมไปถึงสตาร์ทอัพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว องค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐ ต่างเชื่อมั่นใน AWS ในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาให้มีความคล่องตัวมากขึ้นและมีต้นทุนที่น้อยลง หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AWS สามารถเข้าไปที่ aws.amazon.com

เกี่ยวกับอะเมซอน

อะเมซอน (Amazon) ตั้งมั่นอยู่บนหลักการ 4 ประการ ประกอบด้วย การเอาใจใส่ในลูกค้ามากกว่าการมุ่งเน้นการแข่งขันกับคู่แข่ง ความหลงใหลในการรังสรรค์นวัตกรรม ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ และการตั้งอยู่บนฐานคิดระยะยาว อะเมซอนมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากที่สุดในโลก นายจ้างที่ดีที่สุดในโลก และสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น คำวิจารณ์ของลูกค้า การสั่งซื้อของในคลิกเดียว (1-Click shopping) คำแนะนำเฉพาะบุคคล Prime, Fulfillment by Amazon, AWS, Kindle Direct Publishing, Kindle, Career Choice, แท็บเล็ต Fire, Fire TV, Amazon Echo, Alexa, เทคโนโลยี Just Walk Out, Amazon Studios และ The Climate Pledge ถือเป็นนวัตกรรมส่วนหนึ่งที่ริเริ่มโดยอะเมซอน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ amazon.com/about และติดตามข่าวสารได้จาก @AmazonNews

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s