ส.ค. 64 ผู้ติดเชื้อไทยจะเกิน 1 ล้านคน ก.ย. 64 จะตายสะสมเกิน 10,000 คน สิ้นปี 64 ตายสะสมประมาณสี่หมื่นคน

วันที่ 14 ส.ค. 64 มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศไทย 22,086 คน ตายเพิ่มอีก 217 คน

กราฟที่นำมาเสนอนี้ มีแหล่งข้อมูลและจัดทำโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เรียบเรียงและประเมินสถาณการณ์ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

ขณะนี้เราอยู่ในสภาพล็อคดาวน์ที่มีประสิทธิภาพ 20% ตามคำจำกัดความของกระทรวงสาธารณสุข และมีการประเมินว่าหากมีการล็อคดาวน์เข้มข้นขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพในระดับ 25% นานสองเดือนขึ้นไป ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศไทยจะอยู่ระหว่าง 10,000 – 20,000 คน

การประเมินของกระทรวงสาธารณสุข ดูเหมือนจะมีความต้องการให้ล็อคดาวน์กันต่อไป และเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น

หากใช้ข้อมูล และการประเมินของสาธารณสุขเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 64 คงพอสรุปสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และคาดการณ์อนาคตในประเทศไทยได้ตามนี้ คือ

-จากการตรวจด้วย ATK ในพื้นที่กทม. ตามกลุ่มเขต ระหว่างวันที่ 20 ก.ค. – 12 ส.ค. 2564 พบผู้ติดเชื้อจากผู้ที่ทำการตรวจเชื้อโควิด 14.21%

-หากมาตรการณ์ต่างๆในประเทศไทยยังคงเป็นเช่นเดิม จะมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเดือน ส.ค. 64 จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันมากกว่า 40,000 คน

-นับถึงวันที่ 14 ส.ค. 64 ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 885,275 คน และภายในเดือน ส.ค. 64 จะมีผู้ติดเชื้อสะสมรวมมากกว่า 1 ล้านคนอย่างแน่นอน

-นับถึงวันที่ 14 ส.ค. 64 ประเทศไทยมีคนตายสะสมรวม 7,343 คน และภายในเดือน ก.ย. 64 จะมีผู้ตายสะสมรวมมากกว่า 10,000 คน

-ช่วงอายุของคนที่เสียชีวิตเพราะโควิดในประเทศไทย สรุปได้ว่ากลุ่มเสี่ยงตายสูงอยู่ในกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป อายุมากกว่า มีความเสี่ยงมากกว่า ตัวเลขนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆทั่วโลก

คราวนี้ลองมาประเมินให้ไกลมากขึ้นว่า จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย!?!

นับถึงสิ้นปี 2564 ตัวเลขคนตายสะสมเพราะโควิดในประเทศไทย อาจมีไม่ต่ำกว่า 40,000 คน

นับจากนี้ต่อไปผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ในแต่ละเดือนจะมีประมาณ 1.2 ล้านคน นับถึงสิ้นปี 2564 ประเทศไทยอาจมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดสะสมประมาณ 6 ล้านคน

มีการประเมินว่า ตัวเลขที่รายงานจะแตกต่างจากตัวเลขติดเชื้อจริงประมาณ 8 เท่า นับถึงสิ้นปี 2564 อาจมีผู้ติดเชื้อสะสมจริงในประเทศไทยประมาณ 48 ล้านคน

เมื่อนำตัวเลขคนที่ติดเชื้อและคนที่ได้ฉีดวัคซีนมารวมกัน จะมีคนไทยที่มีภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติและการฉีดวัคซีนประมาณ 70%

ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้ เป็นสมมุติฐานที่ประเมินประสิทธิภาพการบริหารจัดการของภาครัฐในการแก้ปัญหาโควิด-19 เหมือนอย่างที่เป็นไปในปัจจุบัน

หากรัฐบาลไทย แก้ปัญหาได้ดีขึ้น มีวัคซีนฉีดให้ประชาชนมากขึ้น เร็วขึ้น คนไทยจะตายน้อยลง และเศรษฐกิจจะไม่ดิ่งเหวลงลึกมากขึ้น!!!

https://www.youtube.com/watch?v=JvTwPRwsjdk&t=1910s

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s