ธนาคารในไทยหันมาใช้แอปฯ ช่วยบริหารสุขภาพการเงิน และการจัดการเงินดิจิทัลหลังคู่แข่งฝั่งดิจิทัลเพิ่มขึ้น



A person folding the arms

Description automatically generated with medium confidence

  • 72% ของธนาคารในไทยเห็นสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย แปซิฟิก ว่าการแข่งขันจากธุรกิจฟินเทคและผู้เล่นรายใหม่คือความท้าทายหลักในการรักษาระดับกำไรและรักษาฐานลูกค้า
  • ผู้บริโภคชาวไทยมีความพึงพอใจน้อยที่สุด (19%) ในภูมิภาคด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ได้รับเกี่ยวกับสุขภาพทางการเงิน นอกจากนี้ ยังมีความ ‘เครียด’ มากที่สุด (68%) ต่อสถานการณ์ทางการเงินในปัจจุบัน
  • ธนาคารในไทยมีแนวโน้มมากที่สุด (72%) ที่จะวางแผนใช้งานหรือขยายการให้บริการเครื่องมือดิจิทัลสำหรับการบริหารจัดการเงิน

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 30 กันยายน 2021: การวิจัยใหม่เผยกลยุทธ์ที่ภาคธนาคารซุ่มพัฒนาเพื่อเอาชนะใจลูกค้ารายย่อยผ่านบริการด้านการดูแลสุขภาพการเงินและแอปพลิเคชันบริหารจัดการเงินดิจิทัล เพื่อแข่งขันกับผู้เล่นรายใหม่จากฝั่งดิจิทัล

นายอิมาน โกโดซี รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Backbase ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาที่ Backbase ได้ให้การสนับสนุนแก่ Forester Consulting ในการดำเนินการศึกษาวิจัยว่า “ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดด้านการธนาคารที่เติบโตเต็มที่และผู้บริโภคมีความพร้อม แต่ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในผู้ให้บริการด้านดิจิทัลรายใหม่ๆ โดยมีคนไทยเพียง 17% ที่เชื่อมั่นในธนาคารดิจิทัล และท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือด ธนาคารหลายแห่งได้ใช้ประโยชน์จากการได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค และกำลังขยายระบบนิเวศดิจิทัลไปพร้อมกับการรักษาความเป็นธนาคารแบบดั้งเดิม”


ผลการศึกษาจากการสัมภาษณ์พบว่า 48% ของผู้มีอำนาจการตัดสินใจในกิจการธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยในประเทศไทยนั้นมีการใช้จ่ายมากขึ้นในด้านของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพทางการเงินและเครื่องมือการจัดการเงินดิจิทัล ในขณะเดียวกัน 84% กล่าวว่าพวกเขากำลังขยายโครงการสุขภาพทางการเงินหรือวางแผนที่จะเริ่มต้นโครงการใหม่

แอปฯ เพื่อสุขภาพทางการเงินในยุค Engagement Banking

จนถึงขณะนี้ สถาบันการเงินต่างๆ ยังคงขาดสมรรถภาพในการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ต่อการตัดสินใจทางการเงินในชีวิตประจำวันของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้งานสมาร์ตโฟน ความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลทำให้ธนาคารสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆ ในราคาที่เข้าถึงได้ ตัวอย่างบริการเหล่านี้ที่ลูกค้าธนาคารสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างดี ได้แก่ การวิเคราะห์การใช้จ่าย เครื่องมือการจัดทำงบประมาณ การวางแผนรายรับ-รายจ่ายที่ซับซ้อนให้ราบรื่น การออมอัตโนมัติ และการชำระหนี้อัตโนมัติ เป็นต้น

นายอิมาน กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้คือการเอาชนะใจและรักษาลูกค้า ธนาคารสามารถเพิ่มมูลค่าที่แท้จริงให้กับชีวิตทางการเงินของลูกค้าได้ ซึ่งสิ่งนี้จะกระตุ้นให้ลูกค้าเหล่านั้นหันมาใช้และมีส่วนร่วมกับธนาคารมากขึ้น รวมถึงเป็นลูกค้าของธนาคารได้นานขึ้น”

“ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นบริการที่ผู้ใช้แล้วจะมีความยึดติด จึงสามารถลดอัตราการเลิกใช้งานและเพิ่มอัตราการรักษาจำนวนลูกค้าเอาไว้ได้ นอกจากนี้ ธนาคารยังประสบความสำเร็จจากข้อมูลมากมายที่สามารถรวบรวมและนำไปใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ดีขึ้น”

“สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดคือการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้มากกว่าเดิม เราได้เข้าสู่ยุค Engagement Banking ซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่เน้นแนวทางแพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับการธนาคาร สิ่งสำคัญอันดับแรกในยุคใหม่นี้คือการปรับโครงสร้างธนาคารที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าใหม่ทั้งหมด โดยเปลี่ยนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีแบบไซโลหรือเป็นส่วนๆ”

หนทางสู่ความสำเร็จทางดิจิทัลอาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย

จากการวิจัย พบว่าภาคการธนาคารของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย โดย 72% ของผู้มีอำนาจตัดสินใจในธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยให้สัมภาษณ์ว่า เทคโนโลยีที่ไม่ทันสมัยหรือเป็นเทคโนโลยีที่ใช้งานมาอย่างยาวนานถือเป็นความท้าทายหลักสำหรับธนาคารในการปรับใช้หรือพัฒนาเครื่องมือการจัดการเงินดิจิทัล และ 70% กล่าวว่าระบบไซโลขององค์กรขัดขวางความก้าวหน้าของพวกเขา

นายอิมาน กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนว่าผู้เล่นในธุรกิจธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หรือผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่กำลังก้าวไปข้างหน้า และได้เห็นความสำเร็จระดับโลกของกลยุทธ์ดิจิทัลดังกล่าว ส่วนอีกกลุ่มคือผู้ที่ยังตามหลังอยู่เล็กน้อย”


“อีก 12 เดือนข้างหน้าจะนำไปสู่จุดเปลี่ยนที่บรรดาผู้ได้เปรียบในการแข่งขันจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในด้านจำนวนลูกค้า” นายอิมาน กล่าวเสริม


“ผู้คนล้วนอยากได้รับการบริการที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าอย่างยิ่งยวด และมีความยืดหยุ่นสำหรับบริการทางการเงิน เช่นเดียวกับที่พวกเขาสามารถหาได้จากประสบการณ์ดิจิทัลในด้านอื่นๆ พวกเขาต้องการเข้าถึงการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านช่องทาง เครื่องมือ และวิธีการใดๆ ก็ตามที่จะช่วยให้พวกเขาบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

การจัดการความรู้ทางการเงิน

เป็นอันทราบกันดีในอุตสาหกรรมว่าความรู้ทางการเงินของประชาชนทั่วไปในประเทศไทยนั้นค่อนข้างต่ำ คนไทยส่วนใหญ่มักใช้เงินเพื่อวันนี้ แทนที่จะเก็บออมเพื่ออนาคต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่ยากจน ระดับความรู้ทางการเงินก็ยิ่งต่ำลงไปอีก ซึ่งส่งผลให้เกิดแรงกดดันอย่างมากมายต่อคนไทยเมื่อพวกเขาอายุมากขึ้น

ข้อมูลจากผลการศึกษาโดยการสัมภาษณ์คนไทยล่าสุด พบว่า

  • ในปีที่ผ่านมา 67% รายงานว่าพวกเขาไม่สามารถชำระบิลค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากลำดับความสำคัญทางการเงินอื่นๆ
  • 61% รู้สึกว่ามีหนี้ท่วมหัว
  • 60% ไม่รู้จะขอคำแนะนำทางการเงินที่เชื่อถือได้จากที่ไหน
  • 70% ติดขัดด้านการเริ่มต้นการออม
  • และ 61% ยังไม่มีแผนการเงินรองรับการเกษียณ

“นอกเหนือไปจากเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น การหาลูกค้าใหม่หรือการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว แอปพลิเคชันด้านสุขภาพทางการเงินและการจัดการเงินดิจิทัลสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้” นายอิมาน กล่าว

“ลองจินตนาการดูว่า หากคนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงคำปรึกษาด้านการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละคน พร้อมกับการตั้งเป้าหมายทางการเงินระยะยาว ที่มีตัวช่วยและคำแนะนำให้พวกเขาเดินหน้าไปตามเป้าหมายด้านการเงินตามที่ตั้งไว้ ซึ่งตอนนี้พวกเขาสามารถทำได้แล้ว และเงินยังอยู่ในกระเป๋าของพวกเขาทุกวัน”

– จบ –

เกี่ยวกับ Backbase

ภารกิจหลักของ Backbase คือการปฏิรูประบบงานธนาคารที่ทำงานแบบแยกส่วน  เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินไม่เพียงสามารถปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าที่ให้บริการเท่านั้นแต่ยังสามารรถสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้ด้วย อันเกิดจากแพลตฟอร์ม Backbase Engagement Banking ที่ขับเคลื่อนธุรกิจทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นบิการสำหรับลูกค้าบุคคล ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม องค์กรขนาดใหญ่ และบริการบริหารความมั่งคั่ง ตั้งแต่การขายผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางดิจิทัลไปจนถึงการทำธุรกรรมทั่วไป การออกแบบแพลตฟอร์มทั้งหมดจะมุ่งเน้นไปที่การมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและน่าประทับใจสำหรับทั้งลูกค้าและพนักงาน

นักวิเคราะห์ในวงการอย่าง Forrester Ovum และ Celent ต่างให้การยอมรับ Backbase ในฐานะผู้นำอย่างต่อเนื่องและปัจจุบันมีสถาบันการเงินขนาดใหญ่กว่า 120 แห่งทั่วโลกที่ใช้งานแพลตฟอร์ม Backbase Engagement Banking เช่น ABN, AIB, Barclays, Banamex, Bank of the Philippine Islands, BNP Paribas, Bremer Bank, Citi bank, Citizens bank, CheBanca!, Discovery Bank, Greater Bank, HDFC, IDFC First, KeyBank, Lloyds Banking Group, Metrobank, Navy Federal Credit Union, PostFinance, RBC, Societe Generale, TPBank, Vantage Bank Texas Westpac และ Wildfire Credit Union.

www.backbase.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s