ถึงเวลาเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 4.0 ถ้าปรับตัวช้าจะหมดสภาพการแข่งขัน ต้นทุนธุรกิจลดลงเพราะออโตเมชั่น

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งของโลก เริ่มประมาณปี 1800 เทคโนโลยีเครื่องจักรไอน้ำเข้ามาพลิกโฉมระบบการผลิต สหราชอาณาจักรมีบทบาทนำที่สุด อุตสาหกรรมทอผ้าเป็นจุดเริ่มต้นหลักที่นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สองของโลก เริ่มต้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่หนึ่งประมาณหนึ่งร้อยปี หรือ ตั้งแต่ช่วงปี 1900 ไฟฟ้า คือ เทคโนโลยีสำคัญที่ทำให้เกิด เครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆมากมาย

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สามของโลก อยู่ในช่วงทศวรรษ 1970s เป็นยุคเริ่มต้นของดิจิทัล ข้อมูลมีความสำคัญมากขึ้น โรงงานรถยนต์ใช้ระบบสายพานการผลิต เริ่มมีการใช้ระบบการผลิตออโตเมชั่น เทคโนโลยีที่เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ คือ คอมพิวเตอร์ และทำให้มีการเก็บข้อมูลทุกอย่างเป็นระบบดิจิทัล

ปัจจุบันเป็นยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ของโลก เริ่มมีการพูดถึงตั้งแต่ปี 2016 – 2017 แต่คราวนี้มีเทคโนโลยีหลายอย่างเข้ามาพลิกโฉมโลกพร้อมๆกัน เช่น Internet, Smartphone, Social Media, AI, Robot, Sustainable Energy, Battery or Energy Storage, IoT, AV, 3-D printing, Nanotechnology, Biotechnology, Materials Science, Quantum Computing

อินเตอร์เน็ต สมาร์ตโฟน ทำให้ข้อมูลความรู้ไหลไปทุกหนทุกแห่งแบบไร้ขีดจำกัด ประสิทธิภาพที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลของคอมพิวเตอร์ ทำให้เทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้น ศักยภาพในการผลิตดีขึ้น ธุรกิจโยงใยเป็นเครือข่ายทำงานได้เร็วขึ้น และชีวิตของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

AI น่าจะเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทมากที่สุดในยุค 4.0 ถึงขนาดมีการเปรียบเทียบว่าจะเหมือนกับการเริ่มต้นมีการใช้ไฟฟ้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

วันนี้เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นมากแล้วว่า ปัญญาประดิษฐ์จะเป็นเทคโนโลยีที่เข้าไปพลิกโฉมสารพัดธุรกิจ มีตัวอย่างให้เห็นในหลายอุตสาหกรรม เช่น บันเทิง สื่อ การสื่อสาร การตลาด การเงินการธนาคาร วงการแพทย์ การผลิต ฯลฯ

สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเทคโนโลยี 4.0 เกือบทุกชนิด แต่ประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ทำเงินและเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุด คือ ประเทศจีน

สังคมไร้เงินสดที่วันนี้กลายเป็นเรื่องปกติของทั่วโลก มีจุดเริ่มต้นในประเทศจีน

จีนมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน เป็นประเทศที่มีข้อมูลมหาศาล และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ AI มีศักยภาพดีขึ้น

ประเทศจีนเป็นโรงงานของโลกมานานกว่ายี่สิบปี วันนี้กำลังเปลี่ยนผ่านธุรกิจและโรงงานไปสู่ระบบออโตเมชั่น ซึ่งจีนเป็นประเทศที่ทำได้รวดเร็วที่สุดในโลก

มีนักวิเคราะห์หลายรายประเมินว่า จีนจะหมดสภาพการแข่งขันในอนาคตอันใกล้ เพราะต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่มันอาจเป็นการมองแบบเผินๆ จีนยังมีศักยภาพในการแข่งขันที่แข็งแกร่ง เพราะเป็นประเทศที่มีการเปิดรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้มากที่สุดในโลก

ค่าแรงคนงานของจีนในอดีต ต่ำกว่าประเทศไทย แต่วันนี้ค่าแรงสูงกว่า ไทย มาเลเซีย อินเดีย เวียดนาม ฯลฯ ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นในจีนไม่ใช่ปัญหา เพราะโรงงานที่เคยใช้แรงงานมากๆ กำลังถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ จีนเป็นประเทศที่มีการนำหุ่นยนต์มาใช้งานมากที่สุดในโลก ใช้หุ่นยนต์มากกว่า ญี่ปุ่น อเมริกา เกาหลีใต้ เยอรมัน หลายเท่า

พลังงานซึ่งเป็นต้นทุนธุรกิจที่สำคัญอีกอย่าง วันนี้กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน พลังงานที่ได้จากแสงแดดและลม วันนี้มีต้นทุนต่ำกว่าพลังงานฟอสซิลทุกชนิด

บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกเกือบทุกแห่ง เริ่มเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาดกันเกือบหมดแล้ว

มีการคาดหมายกันว่า ต่อไปในอนาคต ต้นทุนค่าพลังงานจะเท่ากับศูนย์ ไม่จำเป็นต้องเสียค่าไฟกันอีกต่อไป อาจเสียเพียงแค่ต้นทุนเริ่มแรกในการติดตั้งระบบและการสร้างเครือข่าย

ธุรกิจทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 4.0

ในประเทศไทย บริษัทใหญ่ โรงงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เป็นธุรกิจอินเตอร์มีเครือข่ายระหว่างประเทศ เริ่มมีการเปลี่ยนผ่านใช้เทคโนโลยีใหม่ๆกันมากอย่างชัดเจน

โรงงานผลิตฮาร์ดดิสก์ เวสเทิร์น ดิจิตอล ในประเทศไทย เพิ่งได้รับรางวัลจาก World Economic Forum ในฐานะที่สามารถนำเทคโนโลยี 4.0 มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI, IoT, Robot ช่วยสร้างระบบออโตเมชั่นที่ลดปัญหาขาดแคลนแรงงาน โรงงานเพิ่มผลผลิตได้ 123% ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อและการผลิตลดลง 30% ลดอัตราการคืนสินค้าลงได้ 43%

โรงงานใหม่ หรือสายการผลิตใหม่ๆ ที่สร้างขึ้นในวันนี้ ควรเลือกใช้แต่เทคโนโลยีใหม่ๆ แม้ต้นทุนเริ่มแรกจะสูง แต่ในระยะยาวจะคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า

โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทรู ไลน์ เมด ผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละเกือบหนึ่งล้านชิ้น ใช้ระบบออโตเมชั่นตลอดสายการผลิต ใช้คนน้อยมาก สินค้าสะอาดปลอดภัย

สิ่งแรกที่ทุกธุรกิจควรทำในวันนี้ คือ Digital Transformation เอาข้อมูลทุกอย่างเก็บในรูปแบบของดิจิทัลให้หมด เปิดรับใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปใหม่ๆที่จำเป็น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะต่อยอดไปสู่ทุกเทคโนโลยี

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี 4.0 ไม่ใช่เรื่องที่เป็นข้อสงสัยว่าควรหรือไม่ควรทำ เพราะหากไม่ปรับตัว จะหมดสภาพการแข่งขัน และในที่สุดธุรกิจก็จะอยู่รอดไม่ได้

(ข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมด มีรายละเอียดเพิ่มเติมตามลิงก์ที่แนบมา)

https://www.weforum.org/agenda/2016/01/the-fourth-industrial-revolution-what-it-means-and-how-to-respond/?fbclid=IwAR3JwP9cC_EOw-QPoupR-HI7bUNKv4Lm9I7F84LCCH3c0ja2OCaBGSqs48k

https://the-fourth-industrial-revolution.com/2021/10/01/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%99-%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a5-%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a/?fbclid=IwAR3QbecdwjoYzL8T1d4bfVa6lMlJeqNaDR6RAgn7dBGUEJLhh4C49FzXS3Q

https://www.facebook.com/turakij4.0/posts/2032070040284341

.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s