Climate Change กระทบการเกษตร ปี 2030 ผลผลิตข้าวโพดลดลง 24%

หากการปฏิบัติของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมโลกยังไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากความไม่น่าอยู่ที่มีเพิ่มขึ้นและสุขภาพที่แย่ลง มันยังส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตรบนโลกด้วย

นักวิทยาศาสตร์จาก NASA ใช้แบบจำลองสภาพภูมิอากาศและการเกษตรขั้นสูงในการวิจัย พบว่า

-อุณภูมิที่มีการผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงบนโลก ส่งผลต่อปริมาณน้ำฝน

-ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์บนโลกที่เพิ่มจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มนุษย์สร้างขึ้น ทำให้การปลูกข้าวโพดในเขตร้อนทำได้ยากขึ้น และเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายอย่างมาก

NASA ได้สร้างแบบจำลองการปลูกพืชตามสภาพอากาศทั่วโลกประมาณ 240 แบบจำลองสำหรับพืชผลที่หลากหลายในรูปแบบแตกต่างกัน

ขับเคลื่อนแบบจำลองการปลูกพืชแบบเสมือนจริง โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวณ นำข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละสถานที่ ปีต่อปี ทศวรรษต่อทศวรรษ มาใช้เป็นปัจจัยในการร่วมคำนวณ มุ่งเน้นศึกษาเรื่องผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลสภาพภูมิอากาศ

การคาดการณ์อนาคตครั้งนี้ ไม่ได้นำปัจจัยบางอย่างมาร่วมพิจารณา คือ การขยายพันธุ์พืชโดยใช้พันธุ์ที่มีความทนทานมากกว่า ไม่ได้พิจารณาถึงการปรับตัวของเกษตรกร

ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบทำให้ผลิตผลทางเกษตรของพืชหลายชนิดลดลง เช่น ถั่วเหลือง ข้าว ข้าวโพด แต่ผลการวิจัยชี้ชัดว่า ข้าวโพดจะกระทบรุนแรงที่สุด

ข้าวโพดปลูกกันทั่วโลกในปริมาณมากในประเทศที่อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น อเมริกาเหนือและกลาง แอฟริกาตะวันตก เอเชียกลาง บราซิล และจีน มีแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ผลผลิตข้าวโพดของแต่ละประเทศจะลดลงอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้นทั่วภูมิภาค สร้างความเครียดมากขึ้นกับพืช

ผลการวิจัยของ NASA ที่ตีพิมพ์ในวรสาร Nature Food มีข้อสรุปว่า ในปี 2030 ผลผลิตข้าวโพดจะลดลง 24%

อุณหภูมิไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่แบบจำลองพิจารณาเรื่องผลผลิตในอนาคต ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงขึ้นในชั้นบรรยากาศ ส่งผลในทางบวกต่อการสังเคราะห์แสงและการกักเก็บน้ำ แม้ว่าจะทำให้คุณค่าทางโภชนาการของพืชลดลงไปบ้าง แต่มันทำให้ผลผลิตพืชบางชนิดเพิ่มขึ้น

ข้าวสาลีเป็นพืชที่จะได้รับผลกระทบด้านบวกจากโลกที่ร้อนขึ้น ในปี 2030 ผลการวิจัยของ NASA สรุปว่า ข้าวสาลีจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 17%

อุณภูมิโลกที่สูงขึ้น เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบปริมาณน้ำฝน ความถี่ ระยะเวลาของคลื่นความร้อน และความแห้งแล้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของพืชและผลผลิต

อุณภูมิที่สูงขึ้น ส่งผลต่อความยาวของแต่ละฤดูกาล กระทบต่อฤดูการเพาะปลูก และการเจริญเติบโตของพืช

ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในการเตรียมรับมืออนาคตไว้ล่วงหน้า

แต่โดยภาพรวมแล้ว สิ่งที่คนทั่วโลกต้องลงมือทำทันที คือ การช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมโลก พยายามลดการมีส่วนร่วมที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s