นาทีทองคนต้องการสินเชื่ออสังหาฯ ถึงสิ้นปี 65 กู้เงินได้เต็มมูลค่า 100%  แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร

LTV ย่อมาจาก loan-to-value ratio ซึ่งหมายถึง อัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาบ้าน เป็นมาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยใช้เพื่อกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ เริ่มนำมาใช้ครั้งแรกในประเทศไทยในปี 2562

แต่ปัญหาโควิด-19 ฉุดให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ในสภาวะยำแย่ วันนี้ไม่มีสัญญาณการเก็งกำไร จึงมีการปรับมาตรการ LTV เพื่อใช้ในการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศมาตรการผ่อนคลายเป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2565 คือ อนุญาตให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อบ้านเต็มมูลค่าได้ 100% และให้เงินกู้ top-up สำหรับการตกแต่งหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์มากกว่ามูลค่าบ้านได้อีก 10% ไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือบ้านมือสองก็อยู่ในเงื่อนไขนี้เช่นกัน

ก่อนหน้าวันที่ 20 ตุลาคม 2564 LTV ผ่อนคลายให้กู้ได้เต็ม 100% เฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 1 เท่านั้น และเป็นบ้านที่มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท หากเป็นบ้านที่มีมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาท เพดานการกู้จะอยู่ระหว่างประมาณ 70% – 80% – 90% แตกต่างกันตามเงื่อนไขว่าเป็นสัญญาที่ 2 ที่ 3 หรือมากกว่านั้นขึ้นไป

มาตรการ LTV กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า จะยอมให้กู้เต็มเพดานตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตหรือไม่

ธนาคารเป็นผู้แบกรับความเสี่ยง แต่ละสถาบันการเงินอาจมีหลักการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อแตกต่างกัน

นอกจากมูลค่าหลักประกันที่พิจารณาตามราคาประเมินของบริษัทประเมินมืออาชีพแล้ว ธนาคารจะพิจารณาเครดิตซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ข้อกู้ โดยให้ความสำคัญกับความสามารถในการหาเงินของผู้ขอกู้เป็นหลัก จำนวนเงินผ่อนบ้านต่อเดือน จะอยู่ที่ประมาณ 40% – 50% ของรายได้ผู้ขอกู้

มีแนวโน้มว่า รัฐบาลจะยังคงมีเงื่อนไขพิเศษเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง และภาษี สำหรับผู้ซื้อบ้านในช่วงนี้ด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาทางด้านการเงิน ถือว่าช่วงนี้ถึงสิ้นปี 2565 เป็นนาทีทองของผู้ที่คิดจะซื้อบ้าน และต้องการสินเชื่อจากธนาคาร

ทีมา

Leave a Reply