Cosmic-Ray จะไขปริษนาพิระมิดกีซา ช่วยค้นหาตำแหน่งพระศพฟาโรห์คูฟู ทำไมคนโบราณสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้?      

มหาพีระมิดแห่งกีซา สร้างระหว่างปี 2551–2528 ก่อนคริสกาล ใช้เวลาสร้างนานกว่ายี่สิบปี ใหญ่โตและเก่าแก่มาก สูง 146.7 เมตร (แต่ปัจจุบันความสูงถูกกัดกร่อนเหลือ 138.8 เมตร) ยาว 230.34 เมตร ปริมาณ 2,583,283 ลูกบาศก์เมตร

นับถึงปัจจุบัน กีซามีอายุมากกว่า 4,500 ปี เป็นที่เก็บรักษาพระศพกษัตริย์อียิปต์ ฟาโรห์คูฟู

แม้ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้างโบราณ แต่มีการออกแบบคำนวณที่น่าทึ่งมาก แต่ละด้านของพีระมิดหันหน้าไปแต่ละทิศของ 4 ทิศอย่างแม่นยำ

มองจากภายนอก พีระมิดมีความยิ่งใหญ่มาก แต่ปริศนาที่อยู่ภายในยังไม่เคยได้รับการเปิดเผย การทำลายเพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่ภายในเป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ

นักโบราณคดี ไม่แน่ใจว่าจะพบอะไร ไม่รู้ว่าห้องฝังศพที่ซ่อนอยู่ของคูฟูอยู่บริเวณไหน

ระหว่างปี 2015 – 2017 มีโครงการสแกนพิระมิดมาก่อนแล้ว ทำให้เห็นช่องว่างสองแห่งภายในซึ่งอาจเป็นทางเดินสู่ห้องของฟาโรห์คูฟู มีความยาว 30 เมตร สูง 6 เมตร

เทคโนโลยีที่ใช้ในการสแกนครั้งแรกยังไม่ดีพอ ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก แต่ในการสแกนครั้งใหม่จะใช้ Cosmic-Ray รุ่นใหม่

ระบบกล้องโทรทรรศน์ใหม่มีความไวสูงกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการสแกนพิระมิดครั้งแรก 100 เท่า

เครื่องตรวจจับสแกนแบบ Cosmic-Ray ที่มีขนาดใหญ่มาก จะวางไว้ภายนอกแล้วเคลื่อนไปตามฐาน สามารถสร้างภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้นได้มาก เนื่องจามมีมิวออนที่ตรวจพบจำนวนมาก

นักวิจัยเชื่อว่า เครื่องตรวจจับที่มีความละเอียดอ่อนมากขนาดนี้ อาจทำให้สามารถเปิดเผยการมีอยู่ของสิ่งต่างๆที่อยู่ภายในช่องว่างได้

ขณะนี้ทางทีมวิจัยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอียิปต์แล้ว กำลังอยู่ระหว่างการระดมทุน หลังจากได้ทุนเต็มจำนวน จะใช้เวลาอีกประมาณสองปีในการสร้างเครื่องตรวจจับ และอีกหนึ่งปีในการทำงานเพื่อสรุปผลการวิจัย

โครงสร้างพิระมิดเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ข้องใจมานาน ไม่เข้าใจว่าคนในยุคโบราณ ทำไมสามารถสร้างสิงมหัศจรรย์แบบนี้ได้?

ยังไม่มีใครรู้ว่าข้างในมีอะไร มีสิ่งมีค่าอะไรอยู่บ้าง ศพที่มีอายุนานหลายพันปีจะมีสภาพเป็นอย่างไร

หลังการสแกนแบบ Cosmic-Ray ข้อสงสัยหลายพันปีจะกระจ่างชัดมากขึ้น!!!

Source

Leave a Reply