Highlights

โฆษณา

Technology

เลือกใช้บริการฟู้ดดิลิเวอรี่เจ้าไหนดี? ร้านดังจะไม่ง้อแอปที่ชาร์จค่าอาหาร

แอปสั่งอาหารกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

คนส่วนใหญ่ใช้บริการแอปสั่งอาหารมากกว่าหนึ่งแอป ราคาโปรโมชั่นพิเศษเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญว่า จะเลือกใช้แอปใดหรือสั่งอาหารจากร้านไหน

ช่วงเกิดใหม่ของแอปสั่งอาหาร มีการจูงใจร้านค้าให้เข้าร่วมเครือข่ายโดยไม่คิดค่าบริการ ไม่มีการชาร์จเปอร์เซ็นต์หรือค่าคอมมิสชันจากค่าอาหารที่ขายได้ ลูกค้าที่สั่งอาหารไปส่งที่บ้าน เสียเฉพาะค่าส่งให้ไรเดอร์

แต่วันนี้ฟู้ดดิลิเวอรี่กลายเป็นบริการที่ตลาดยอมรับโดยทั่วไป และเป็นช่องทางการขายที่สำคัญของร้านอาหารจำนวนมาก

ค่าคอมมิสชันหรือค่าจีพีที่ไม่เคยเรียกเก็บในช่วงแนะนำธุรกิจ วันนี้ผู้ให้บริการแอปหลายแห่งเริ่มคิดค่าจีพี ส่วนใหญ่คิดค่าจีพีประมาณ 30% ของค่าอาหาร

ร้านอาหารที่เคยขายอยู่ในศูนย์อาหารของห้างดังต่างๆ เคยโอดครวญว่า โดนห้างฯกินค่าคอมมิชชันและค่าใช้จ่ายสารพัดอย่างรวมแล้วเป็นค่าใช้จ่ายมากกว่า 30% แต่บริการฟู้ดดิลิเวอรี่ช่วยทำให้ไม่ต้องพึ่งพาห้างฯ และไม่โดนหักหัวคิว

แต่วันนี้แอปฟู้ดดิลิเวอรี่หลายแอป เริ่มคิดค่าหัวคิวเหมือนที่ร้านอาหารในห้างหรือในศูนย์อาหาร ต้องเสียให้กับห้างฯแล้ว

จากข้อมูลที่ค้นหาได้ในเว็บไซต์ของแอปดัง มีเงื่อนไขการคิดค่าจีพีจากร้านอาหารที่เข้าร่วมอยู่ในเครือข่ายของแต่ละแอปตามนี้ คือ

-foodpanda 32%

-Grab 30% ไม่รวมภาษี (ลดจากเดิมที่เคยคิด 35%) นับตั้งแต่ 1-04-2563 ถึง 30-06-2564

-Gojek 30% ไม่รวม VAT

-SKOOTAR ไม่มีค่าคอมมิชชัน

-LINEMAN ไม่มีการหักค่าคอมมิชชันใดๆทั้งสิ้น

-Robinhood ไม่หักค่าธรรมเนียมการใช้แพลตฟอร์มหรือค่า GP

ค่าจีพีที่ประกาศอยู่ในเว็บ ไม่ใช่อัตราค่าคอมมิชชันตายตัวที่ผู้ให้บริการแอปคิดจากทุกร้านอาหารในอัตราเท่าๆกัน

แอปสั่งอาหารที่แจ้งว่าไม่คิดค่าจีพี อาจมีวิธีหารายได้จากร้านอาหารด้วยเงื่อนไขพิเศษ เช่น คิดค่าส่งอาหารให้ลูกค้าแค่ 10 บาท แต่แอปขอคิดค่าจีพีจากร้านอาหาร อาจสูงถึง 30% เป็นวิธีการกระตุ้นให้มีผู้สั่งอาหารมากขึ้น

สำหรับร้านอาหารที่มีเครือข่ายสาขามากๆ หรือเป็นร้านดังที่มีผู้ใช้บริการมาก จะมีเงื่อนไขพิเศษ จากที่เคยคิดจากร้านค้าทั่วไป 30% อาจลดราคาอยู่ที่ต่ำกว่า 10%

การดีลกับร้านอาหารใหญ่ๆของแอปสั่งอาหารและห้างสรรพสินค้า มีหลักการคล้ายๆกัน ร้านอาหารดังในห้างต่างๆมีเงื่อนไขการเสียค่าเช่าหรือการหักจีพีต่ำกว่าร้านทั่วไป

เมื่อเริ่มมีการหักค่าจีพีจากแอปสั่งอาหาร ทำให้ร้านอาหารบางแห่งหาทางเลี่ยงการเสียค่าใช้จ่าย

ร้านอาหารหลายแห่ง บอกลูกค้าประจำที่เคยใช้บริการสั่งอาหารผ่านแอปว่า มาสั่งโดยตรงจากที่ร้านได้เลย ร้านจะเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งให้ หลีกเลี่ยงโดยหักหัวคิว 30%

ร้านอาหารดังหลายแห่ง ไม่ง้อบริการแอปสั่งอาหาร แพลตฟอร์มไหนขอหักหัวคิวหรือคิดค่าจีพีสูง จะขอถอนตัวจากเครือข่าย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้บริการแอป เพราะขายหน้าร้านก็ขายไม่ทัน ขายหมดทุกวันอยู่แล้ว

สำหรับผู้ใช้บริการ การยึดติดอยู่กับแอปสั่งอาหารบางแอป อาจหมายถึงการเสียโอกาสได้กินอาหารอร่อยๆ จากร้านดัง!!!

Android เตือน Smartphone Zombie ขึ้นข้อความเตือน “ระวังขณะก้าวเดิน” ใช้สมาร์ทโฟนขณะเดิน อันตรายถึงตาย

Smartphone Zombie เป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกคนที่กำลังเดินแล้วตาจดจ่ออยู่กับมือถือโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กลายเป็นเรื่องอันตรายสำหรับตัวเองและผู้อื่น

เมืองใหญ่บางเมืองในบางประเทศ เช่น Chongqing จีน, Antwerp เบลเยี่ยม, Stockholm สวีเดน มีเส้นทางเดินพิเศษเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนขณะเดิน

บางเมืองในสหรัฐอเมริกา เริ่มมีบทลงโทษผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่งข้อความขณะกำลังเดิน อาจต้องเสียค่าปรับระหว่าง 50-100 ดอลลาร์ หรือต้องติดคุกถึง 15 วัน หรือลงโทษทั้งจำทั้งปรับ

ในปัจจุบัน ระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน Android ของ Google ในกลุ่ม Digital Wellbeing App กำลังอยู่ระหว่างการสร้างฟีเจอร์ใหม่สำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ โดยมีการแจ้งเตือนผู้ใช้สมาร์ทโฟนขณะเดินให้หยุดมองโทรศัพท์

ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการอัปเดตเพื่อทดสอบระบบการใช้งาน

หากแอนดรอยด์ตรวจจับได้ว่ามีการใช้งานสมาร์ทโฟนขณะกำลังเดิน จะมีข้อความเตือนบนหน้าจอว่า…

ระวังขณะก้าวเดิน ถ้าคุณกำลังเดินโดยใช้โทรศัพท์ไปด้วย ขอเตือนให้โฟกัสกับอะไรที่อยู่รอบๆคุณด้วย โปรดใช้โทรศัพท์ด้วยความระมัดระวัง

หรืออาจเป็นคำเตือนที่เป็นข้อความขึ้นมาบนหน้าจอว่า “ระวัง” “มองตรงหน้า” “มองขณะก้าวเดิน” หรืออาจมีอีโมจิที่เกี่ยวข้องส่งให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนเห็นบนหน้าจอ

ฟีเจอร์ใหม่นี้ของแอนดรอยด์ มีชื่อเรียกว่า “Heads Up” อยู่ในแอปกลุ่ม Digital Wellbeing ซึ่งช่วยผู้ใช้มือถือจัดการกับปริมาณการใช้โทรศัพท์ของตนเอง

Digital Wellbeing มีฟิเจอร์ตรวจวัดและกำหนดขีดจำกัดการใช้แอปบางแอปได้ ช่วยเตือนไม่ให้ผู้ใช้โทรศัพท์ติดโซเชียลมากเกินไป หรือเล่นเกมมากเกินไป สามารถกำหนดให้มีการแจ้งเตือนได้

เร็วๆนี้ คงมีข่าวอย่างเป็นทางการจากกูเกิลเรื่องฟีเจอร์ Heads Up

สมาร์ทโฟนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคนี้ มีข้อดีที่เป็นด้านบวกมากมาย แต่ก็มีข้อเสียบางอย่างตามมาด้วย

การใช้สมาร์ทโฟนขณะเดินที่เรียกว่า Smartphone Zombie มีอันตรายถึงชีวิตได้

ดูเหมือนยังมีผู้คนไม่น้อย ไม่ค่อยสมาร์ทในการใช้สมาร์ทโฟน!!!

https://www.bbc.com/news/technology-56720229?fbclid=IwAR1WJEDHG3s3Cc2ZH9IOT1SkWHRV_KF7Q8CwOvcqDgoX01TNmNnmSGGi3X4

Sidewalk Traffic Lights Installed for Those who Text and Walk

https://www.theguardian.com/world/shortcuts/2014/sep/15/china-mobile-phone-lane-distracted-walking-pedestrians?fbclid=IwAR0ntPgxPOoKm-AbosZzHEIBKhGuTsQp9Majmj46NaLLee2dHikX0QTOl2Q

ขยะพลาสติก มีปัญหาในน้ำและบนบก พบถุงพลาสติก 2,000 ใบ ในอูฐที่ตาย

ขยะพลาสติกไหลลงแหล่งน้ำ เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาให้สัตว์น้ำ

สัตว์น้ำที่กินขยะพลาสติกเข้าไปถูกจับมาเป็นอาหารมนุษย์ มันกลายเป็นสารพิษที่ย้อนกลับมาหามนุษย์ที่เป็นต้นเหตุของการสร้างปัญหา!!!

ข่าวปัญหาขยะพลาสติกหรือเศษพลาสติกเล็กๆที่เป็นปัญหาต่อแหล่งน้ำทั่วโลก มีการนำเสนอออกมาอยู่เป็นประจำ แต่ข่าวนี้เป็นข่าวขยะพลาสติกที่สร้างปัญหากับสัตว์บนบก

Central Veterinary Research Laboratory ในดูไบ ทำการวิจัยเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติก ขุดซากอูฐที่ตายแล้วซึ่งฝังอยู่ในทะเลทรายดูไป พบสิ่งที่เหลือเชื่อ คือ อูฐจำนวนมากมีขยะถุงพลาสติกอยู่ในกระเพาะอาหาร

มีซากอูฐตัวหนึ่ง พบถุงพลาสติกอย่างน้อย 2,000 ใบ รวมอยู่เข้าด้วยกันในกระเพาะอาหาร เทียบแล้วมีขนาดเท่ากับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่

ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า อูฐมากกว่า 300 ตัวในภูมิภาคดูไบ เสียชีวิตจากการกินขยะของมนุษย์ ขยะที่มนุษย์สร้างขึ้นกลายเป็นโศกนาฏกรรมของโลก มันกำลังทำลายระบบนิเวศน์ของโลก

ลองนึกภาพว่า ถ้ามีถุงพลาสติก 50 ใบอยู่ในกระเพาะอาหารของเรา แล้วมันย่อยไม่ได้ จะรู้สึกอย่างไร มันสามารถทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร รู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลา ไม่อยากกินอะไรอีก ถุงพลาสติกไม่ใช่สารอาหารแต่เป็นสารพิษ ส่งผลทำให้ลำไส้มีเลือดออกอุดตัน ขาดน้ำ ขาดสารอาหาร และฆ่าคนได้

มันคือสาเหตุการตายอย่างทรมานของอูฐที่กินพลาสติกเข้าไป

นอกจากอูฐแล้ว นักวิจัยเคยศึกษาพบสัตว์อีกหลายชนิด เช่น ช้าง กวาง ที่ต้องตายด้วยความทุกข์ทรมานจากขยะพลาสติก

เศษขยะพลาสติกเล็กๆจำนวนมากกระจายอยู่ในพื้นที่การเกษตร อยู่ในอาหาร หรือน้ำดื่มที่มนุษย์นำกลับมาดื่มกิน

รายงานผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้มากกว่า 30 ชิ้น สร้างความสนใจให้กับผู้คนมากขึ้น ผลการศึกษาพบว่า สารเคมีที่พบในพลาสติกอาจทำร้ายสมองของทารก

พลาสติกอยู่ในน้ำ บนบก และฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ พบได้แม้แต่ในวงโคจรของโลก

พลาสติกมีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของผู้คน แต่มันกลายเป็นมลพิษที่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

อุตสาหกรรมจำนวนมาก หาทางลดปัญหาขยะพลาสติกด้วยการรีไซเคิลพลาสติก แต่ผลลัพธ์โดยรวมยังไม่ดีพอ เพราะพลาสติกใหม่ยังมีต้นทุนต่ำกว่าพลาสติกรีไซเคิล

หน่วยงานรัฐของทั่วโลก ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางใหญ่เพื่อลดหรือเลิกขยะพลาสติกที่เป็นปัญหา เอาวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายมาใช้ทดแทน

สำหรับประชาชนทั่วไป คงต้องช่วยกันลดการใช้พลาสติกให้ได้มากที่สุด

ทุกครั้งที่ใช้พลาสติก ขอให้คิดถึงขยะที่จะทำร้ายสัตว์น้ำและสัตว์บก และเศษพลาสติกเล็กๆที่กระจายอยู่ในส่งแวดล้อม บางส่วนจะกลายเป็นสารพิษที่มนุษย์นำมาบริโภคอย่างไม่รู้ตัว

ขยะพลาสติก จะกลับมาเล่นงานมนุษย์ผู้สร้างปัญหา!!!

https://www.washingtonpost.com/opinions/2021/03/23/camels-plastic-bags-pollution-dubai/