ญี่ปุ่นใช้AIช่วยป้องกันเด็กฆ่าตัวตาย ป้อนข้อมูลเก่าเป็นกรณีศึกษาให้AI มันเรียนรู้และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ช่วยครูรับมือเหตุรุนแรงการรังแกกัน

คุณสมบัติด้านการคาดคะเนอนาคตของ AI กำลังจะเอามาใช้เพื่อช่วยป้องกันเด็กฆ่าตัวตาย

มีรายงานว่าในปี 2017 นักเรียนระดับประถมและมัธยมในญี่ปุ่น มีกรณีการรังแกกลั่นแกล้งกันมากกว่า 410,000 เหตุการณ์ มีนักเรียนฆ่าตัวตาย 250 คน และพบว่า 10 คน มีสาเหตุชัดเจนมาจากการโดนรังแก

เมืองโอตสึ ในจังหวัดชิงะของญี่ปุ่น มีแผนจะใช้ AI เพื่อช่วยในการคาดการณ์โอกาสเลยเถิดร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีการรังแกกันของเด็กในโรงเรียน

เริ่มต้นด้วยการป้อนข้อมูลย้อนหลัง 6 ปีให้ AI เพื่อเป็นกรณีศึกษาเหตุการณ์การกลั่นแกล้งรังแกกัน 9,000 ตัวอย่างที่เกิดขึ้นในโรงเรียนระดับประถมและมัธยมต้นของญี่ปุ่น

ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ เช่น ผลการศึกษา เพศของผู้ตกเป็นเหยื่อ ผู้กระทำผิด เวลาที่เกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุ การขาดเรียน

ผลการวิเคราะห์ทางสถิติของข้อมูล คาดว่าจะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและครูสามารถระบุรูปแบบของการรังแกกันที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

นาโอมิ โคชิ นายกเทศมนตรีเมืองโอตสึ ให้สัมภาษณ์ว่า..

“ด้วยการวิเคราะห์อย่างมีระบบของ AI จากข้อมูลเก่า ทำให้เราสามารถตอบโต้กับเหตุการณ์ในกรณีต่างๆได้ถูกต้องโดยไม่ต้องอาศัยเพียงแค่ประสบการณ์เก่าของครู”

โครงการนี้มีแผนจะเริ่มใช้ในปีการศึกษาหน้า ผลการวิจัยจะถูกรวบรวมไว้ในรายงานซึ่งใช้ในการฝึกอบรมสัมมนาครู

การรังแกกลั่นแกล้งกันของเด็กๆ อาจเริ่มต้นจากเรื่องเล็กน้อยในความสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่มันสามารถกลายเป็นเรื่องเลวร้ายที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

มีกรณีตัวอย่างการโดดตึกฆ่าตัวตายของนักเรียนมัธยมต้นอายุ 13 ปีคนหนึ่ง เหตุเกิดขึ้นในปี 2011 จากการสอบสวนในเบื้องต้น ไม่พบการมีส่วนเกี่ยวข้องระหว่างการรังแกกันและการฆ่าตัวตาย แต่หลังจากการสอบถามเพิ่มเติมจากนักเรียนคนอื่นๆ พบว่าเด็กคนนี้เคยถูกบอกให้ลองไปฝึกฆ่าตัวตาย!

หลังเหตุการณ์ฆ่าตัวตายดังกล่าว ทำให้โรงเรียนในญี่ปุ่นมีการระวังมากขึ้น มีไกด์ไลน์แนะนำครูเพื่อป้องกันการรังแกกัน ในเมืองโอตสึ ทางโรงเรียนต้องรายงานเหตุการณ์รังแกกันในโรงเรียนทุกรายให้คณะกรรมการด้านการศึกษาของเมืองภายใน 24 ชั่วโมง

AI ใช้ข้อมูลเก่าเป็นกรณีศึกษาจากเรื่องที่เคยเกิดเหตุรังแกกันในโรงเรียน และหาข้อสรุปที่แสดงให้เห็นเป็นแนวโน้มต่างๆที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีที่มีความคล้ายคลึงกัน คงช่วยทำให้เจ้าหน้าที่และครูสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆได้ดีขึ้น

ตามข่าวไม่มีรายงานว่ามีการใช้กล้องซีซีทีวีมาสอดส่องดูนักเรียนด้วย ไม่เหมือนโรงเรียนบางแห่งของจีนที่นักเรียนโดนติดตามด้วยกล้องทุกฝีก้าว แถมยังมีระบบติดตามตัวเด็กแต่ละคนด้วย

https://www.japantimes.co.jp/news/2019/02/08/national/city-otsu-use-ai-analyze-past-school-bullying-cases-eye-future-prevention/#.XF5rg1X7SUl

 

Posted in AI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s