ความไม่แน่นอน คือ ความแน่นอน Generalist จะดีกว่า Specialist Globalization สู่ Localization สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคคอันใกล้

ความไม่แน่นอน คือ สิ่งที่แน่นอนในอนาคต!!!

ไม่มีใครรู้ว่าโควิด-19 จะหายไปเมื่อไหร่?

จะระบาดระลอกสองไหม?

วัคซีนจะมีในปีหน้าจริงหรือ?

ไวรัสจะกลายพันธุ์ไปมากแค่ไหน?

จะมีเชื้อโรคอะไรใหม่ๆมาฆ่ามนุษย์อีกหรือไม่?

 

หลายปีที่ผ่านมานี้ ทั่วโลกกังวลเรื่อง Technology Disruption กลัวว่าเทคโนโลยีจะมาป่วนโลก ทำให้ผู้คนในระบบเก่าตกงานจำนวนมาก ระบบธุรกิจและเศรษฐกิจจะพลิกโฉมแบบที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไรแน่

อุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ เริ่มปรับตัวให้เห็นชัดเจน การระบาดของโควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิด Technology Disruption รวดเร็วยิ่งขึ้น

ไวรัสระบาดทำให้เกิดอุปสรรคการเดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศ การสั่งเข้าและส่งออกสินค้ามีปัญหา ไม่มีการท่องเที่ยว ไม่มีการเดินทางธุรกิจ แต่ละประเทศต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น

หลายประเทศที่เคยพึ่งพาสินค้าจากประเทศอื่น เริ่มขาดแคลนอาหารและสินค้าจำเป็นเพื่อทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ตามปกติ รายได้ของผู้คนในหลายประเทศหดหายไปอย่างน่าตกใจ ตกงานกันจำนวนมาก

สองสามปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจมีการนำระบบออโตเมชั่นมาใช้มากขึ้น งานจำเจ งานดักดาน ที่เคยใช้คนทำเป็นหลัก มีเครื่องจักร แพลตฟอร์ม แอป หรือ AI มาทำงานแทนคน

โรงงานที่เคยเคลื่อนย้ายไปอยู่ในประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำ กำลังจะหมดความจำเป็น หุ่นยนต์ฉลาดขึ้น ทำงานด้านแรงงานและงานอีกหลายอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ และข้อสำคัญที่สุด คือ ต้นทุนหุ่นยนต์ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

โรงงานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หรือตั้งอยู่ในอเมริกา หากใช้หุ่นยนต์ช่วยทำงานเป็นหลัก ต้นทุนจะไม่ต่างกัน สินค้าที่ผลิตเสร็จไม่ต้องขนส่งข้ามประเทศไกลๆ หากผลิตภายในประเทศได้ จะประหยัดค่าขนส่งและทำให้ต้นทุนขายปลีกเมื่อถึงมือลูกค้าปลายทางต่ำลง

นักวิเคราะห์ทั่วโลกมองว่าอนาคตของโลกจะมุ่งเน้นสู่ความเป็นท้องถิ่นนิยม กำลังพลิกผันจาก Globalization มาสู่ Localization

ดูตัวอย่างสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะเห็นชัดมาก ระบบเศรษฐกิจไทยถูกออกแบบมาสำหรับการทำธุรกิจแบบโลกาภิวัตน์ เรามีรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 40 ล้านคนต่อปี แต่วันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเหลืออยู่แล้ว

เมืองใหญ่ในประเทศไทยวันนี้ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต ฯลฯ เมื่อก่อนเคยเห็นนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ วันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวแล้ว แม้ธุรกิจและร้านค้าจะกลับมาเปิดใหม่ได้แล้ว แต่ยังคงเงียบเหงาไม่ค่อยกระเตื้องขึ้น

สำหรับธุรกิจในประเทศไทยในจังหวัดที่อาศัยลูกค้าหลักจากคนท้องถิ่น เมื่อร้านค้ากลับมาเปิดตามปกติ แม้จะมีลูกค้าลดน้อยลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ประคองให้อยู่รอดได้

 

Dr. Vikram Mansharamani อาจารย์จาก Harvard และเป็นผู้เขียนหนังสือ “THINK FOR YOURSELF: Restoring Common Sense in an Age of Experts and Artificial Intelligence” ออกวางตลาดในปี 2020 ให้ความเห็นเป็นบทสรุปที่น่าสนใจว่า…

ทักษะการทำงานแบบเฉพาะเจาะจง หรือความเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่สามารถทำให้คนทำงานมีความก้าวหน้าในอนาคต ต้องมีแนวคิดใหม่เรื่องความเป็น Generalist

เมื่อก่อนคนที่ทำอะไรไม่เก่งซักอย่าง อาจไม่ก้าวหน้า ถูกเปรียบเทียบว่าเหมือน “เป็ด”

บินได้นิดหน่อย เดินได้แต่เชื่องช้า ว่ายน้ำได้แต่ไม่เร็ว สรุปแล้วไม่มีอะไรที่ทำได้ดีแบบสุดยอด

ในปัจจุบัน งานของ Expert หรือผู้เชี่ยวชาญมากๆ สามารถหาได้จาก AI

นักรังสีวิทยาที่เก่งที่สุดในโลก วินิจฉัยโรคได้ถูกต้องแม่นยำที่สุด คือ AI

นักบัญชีที่เก่งที่สุดเป็นโปรแกรมหรือ Application

ไม่มีใครคิดคำนวณ หรือวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูลต่างๆได้ดีเท่า Computer

หุ่นยนต์วันนี้ไม่ได้ทำงานใช้แรงงานอย่างเดียว เมื่อเอา AI ใส่เข้าไปในหุ่นยนต์ มันถูกปรับเปลี่ยนเป็นแรงงานที่มีสมอง

เครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ แพลตฟอร์ม หรือ แอป ต่างๆ กลายเป็นผู้ชำนาญเฉพาะด้านในแต่ละสาขา

โลกในอนาคตต้องการคนแบบ Generalist ที่ทำงานได้เหมือนเป็ด!!! ทำงานได้ทุกอย่าง เข้าใจพื้นฐานที่จำเป็นในงานแต่ละชนิด!!!

ผลงานดีๆในอดีต ไม่ได้รับประกันว่าเขาจะทำงานที่มีอยู่ในอนาคตได้ดี ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ลักษณะของงานในอนาคตเป็นอย่างไรแน่!!!

พื้นฐานที่แตกต่างกันของแต่ละคน ทำให้กรอบความคิด วิธีการทำงาน จำกัดไปตามสิ่งที่ตัวเองรู้ หรือเข้าใจเท่านั้น

คนที่มีค้อนอยู่ในมือ มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นตะปู นึกถึงแต่การทุปค้อนใส่ตะปูให้ของสองสิ่งเชื่อมกัน

คนที่มีไขควงอยู่ในมือจะพยายามใช้น็อตเพื่อไขให้ของสองสิ่งมาติดกันเสมอ

แต่สำหรับคนที่รู้จักคิดวิเคราะห์ จะเดินถอยออกมาหน่อย และมองปัญหาที่ต้องแก้ไขแบบองค์รวม รู้ว่าจะใช้วิธีใดเพื่อแก้ปัญหานั้นได้ดีกว่า

คนที่มองภาพรวมออก หมายถึงคนที่มีใจเปิดกว้าง มีพื้นฐานความรู้ครอบคลุมหลายด้าน หรืออาจเรียกว่าเป็น Generalist

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมันมีความเกี่ยวข้องกัน ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการแก้ปัญหาแต่ละอย่าง หากมีพื้นฐานความรู้หรือประสบการณ์ที่หลากหลายกว่า รู้จักวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ จะมีโอกาสแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า

งานบางอย่างที่เราทำจนมีความชำนาญมากจนไม่มีใครสู้ได้ วันดีคืนดีมีระบบใหม่ มีแพลตฟอร์ใหม่ขึ้นมา มันจะมีประสิทธิภาพดีกว่าแน่ๆ และทำให้สิ่งที่เราเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญกลายเป็นอดีตที่ไม่มีใครต้องการ…..

https://www.cnbc.com/2020/06/15/harvard-yale-researcher-future-success-is-not-a-specific-skill-its-a-type-of-thinking.html

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s