
วันที่ 8-02-2022 ธุรกิจ 4.0 มีโอกาสเข้าร่วมงานสัมภาษณ์ออนไลน์เกี่ยวกับการนำระบบคลาวด์ของ AWS มาใช้ขับเคลื่อนแพลตฟอร์ม Farmbook ทำให้เราได้รู้จักสตาร์ตอัพไทยด้านการเกษตรที่น่าสนใจอย่างมาก
คุณธิติพันธ์ บุญมี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิว บ็อคซ์ พอยท์ จำกัด ผู้ร่วมก่อตั้งซึ่งเป็นผู้ให้บริการและพัฒนาแพลตฟอร์ม Farmbook อธิบายและตอบคำถามหลายเรื่อง พอสรุปได้ว่า
ฟาร์มบุ๊ค แพลตฟอร์ม เป็นสตาร์ตอัพที่เป็นธุรกิจ Software as a Service วันนี้ดำเนินธุรกิจเข้ามาถึงปีที่ 4 แล้ว มีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มในปัจจุบันหลายหมื่นราย แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เช่น
-เกษตรกร มีผู้ใช้งานสองหมื่นกว่าราย
-วิสาหกิจชุมชน มีการใช้งานอยู่ 230 กลุ่ม
-โรงงานและโมเดิร์นเทรดที่ต้องการใช้สินค้าการเกษตรอีกนับหมื่นราย

ในอนาคต จะขยายจำนวนผู้ใช้งานอีกมาก พร้อมรองรับเกษตรกรในเครือข่าย ธกส อีกมากกว่า 6 ล้านราย
Farmbook มีแพลตฟอร์มระบบจัดการฟาร์มต่างๆ เช่น
-บริการพื้นที่และเครื่องมือสำหรับคนในภาคเกษตรหรือกิจกรรมเกษตร
-บริการเครื่องมือในการบริหารกิจกรรมทางการเกษตร
-บริการระบบบริหาร ติดตามต้นทุนกิจกรรมการเกษตร
-บริการระบบบริหารคลังสินค้าและวัตถุดิบ
-บริการเปรียบเทียบและจำแนกโรคแมลงด้วยภาพถ่าย
-บริการระบบรายงานสภาพภูมิประเทศในรูปแบบ GIS บนแผนที่
-รายงานติดตามกิจกรรมทางการเกษตร
-บริการระบบบริการข้อมูลระหว่างรัฐและเกษตรกร
เกษตรกรไทยมีความรู้ความชำนาญด้านการผลิตดี แต่ Farmbook สามารถช่วยวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยในขบวนการหลังการผลิตเสร็จ ช่วยยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการที่สามารถสร้างรายได้มากขึ้น
แผนการสำหรับ 3-5 ปี ของฟาร์มบุ๊ค คือ การสร้างแผนที่อาหารของแต่ละจังหวัด แสดงให้เห็นถึงแหล่งผู้ผลิตหรือเกษตรกร ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงแหล่งที่มีคุณภาพในท้องถิ่น สามารถวางแผนการรับซื้อ หรือการผลิตร่วมกับเกษตรกรได้เลย
ภายในปี 2022 ฟาร์มบุ๊กต้องการให้ผู้ส่งออกอาหาร สามารถเข้าถึงแหล่งผลิต เชื่อมโยงกับเกษตรกรได้โดยตรง
ฟาร์มบุ๊คเริ่มขยายบริการเข้าสู่ประเทศลาวแล้ว และมีแผนจะไปอีกหลายประเทศ ต่อไปอาจเป็น อินโดนีเซีย โดยมีเป้าหมายใหญ่เป็นแผนที่อาหารสำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลังการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงในลาว จีนเอาสินค้าการเกษตรเข้ามาไทยทางรถไฟ และมีผลกระทบกับเกษตรไทยอย่างชัดเจน มีผักสดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดในไทยจำนวนมาก
เกษตรกรไทยต้องเริ่มมองหาขบวนการเพื่อพัฒนาการผลิตของตัวเอง ไม่ใช่แค่ผลิตได้มาก แต่ต้องมีผลผลิตที่มีคุณภาพ และต้นทุนการผลิตลดลง เพื่อแข่งขันกับพืชผลจากจีน เราอาจต้องเพิ่มเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม วันนี้ฟาร์มบุ๊คได้ทำงานร่วมกับมหาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาขบวนการผลิตให้กับเกษตรกรไทย

ฟาร์มบุ๊คสามารถช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่เริ่มขบวนการผลิต เริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ดพันธุ์ การปรับปรุงดิน การสร้างผลผลิตให้ตรงกับความต้องการผู้ซื้อ
มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้สำหรับขบวนการผลิตในฟาร์ม
Image Processing จากภาพถ่ายดาวเทียมต่างๆ ช่วยติดตามความอุดมสมบูรณ์ของพืช ดูเรื่องค่าความหวานของอ้อย การระบาดของโรคจากแมลง สร้างอัลกอริทึ่มที่ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล

ลูกค้าผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Farmbook อีกนับหมื่นราย เป็นโรงงานหรือโมเดิร์นเทรดที่เป็นผู้ซื้อ กำลังมองหาซัพพลายให้ตรงกับความต้องการของโรงงานหรือร้านค้า ต้องการพืชผลที่เพียงพอกับความต้องการในแต่ละช่วงเวลา แพลตฟอร์มนี้จะช่วยทำให้เห็นแผนที่แหล่งอาหารได้ชัดเจนขึ้น
มีการใช้ ERP ติดตามงานของแต่ละหน่วยอยู่แล้ว แต่เริ่มมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาครอบในระบบด้วย อุตสาหกรรมบางอย่างต้องการข้อมูลละเอียด มีการติดตามหรือตามรอยขบวนการต่างๆอย่างใกล้ชิด ข้อมูลหลายอย่างที่ต้องติดตาม เช่น การปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดเก็บ การแปรรูป การขนส่ง ฯลฯ
Smart Contract ซึ่งอยู่ในเทคโนโลยี Blockchain ถูกนำมาใช้เรื่องของการสวมสิทธิ์ ป้องกันคู่สัญญาแอบอ้างนำผลผลิตจากที่อื่นมาสวมสิทธิ์ในการขาย เพราะผู้ซื้อมีความต้องการพืชผลที่มีแหล่งผลิตแบบเฉพาะเจาะจง
คุณธิติพันธ์ บุญมี ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์ม Farmbook เล่าให้ฟังถึงการใช้คลาวด์ของ AWS ว่า มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับสตาร์ตอัพของเขา มีบริการหลากหลาย มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ สร้างความมั่นใจกับคู่ค้าได้ว่า มีการใช้งานกับพาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพ
สตาร์ตอัพซึ่งเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ ต้องเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนของตัวเอง ต้องเลือกใช้ผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการได้
AWS มีเครดิตให้สตาร์ทอัพใหม่ๆได้ใช้ฟรีก่อน ใช้ดีแล้วค่อยซื้อบริการใช้ต่อ สามารถสเกลอัพขยายธุรกิจและบริการได้อย่างไม่มีปัญหา
