“Internet of Things” กำลังก้าวสู่ “Internet of Everything” 5G เพิ่มศักยภาพ IoT สร้างโลกยุค Automation

(คลิปยูทูป IoT)

ที่เราเคยได้ยินนักวิเคราะห์พูดกันมากว่า IoT กำลังจะมาพลิกโฉมโลก และเป็นองค์ประกอบสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ของโลก เป็นเรื่องที่ไม่เกินเลยความจริง

สมาร์ตโฟนที่อุบัติขึ้นในปี 2007 ได้พลิกโฉมโลกไปแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นจาก IoT จะยิ่งส่งผลกระทบโลกยิ่งกว่าสมาร์ตโฟน

มีการประเมินว่า ภายในปี 2025 อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตทั่วโลกจะมีมากกว่า 80,000 ล้านชิ้น ในขณะที่ประชากรโลกในปัจจุบันมีประมาณ 7,900 ล้านคน เท่านั้น

ในอนาคต อุปกรณ์ที่เป็น IoT ซึ่งเชื่อมต่อกันได้ จะมีมากกว่าผู้คนที่ใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันทางอินเตอร์เน็ตมากกว่า 10 เท่า

ยุคแรกของอินเตอร์เน็ตเป็นการสื่อสารที่เชื่อมต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ ต่อมาก็เป็นมือถือ และในปัจจุบันเป็นยุคของอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกันทางอินเตอร์เน็ต

IoT มีชื่อเต็มว่า Internet of Things แปลตรงตัวได้ว่า อินเตอร์เน็ตสำหรับสรรพสิ่ง เป็นการทำให้อุปกรณ์ต่างๆซึ่งมีข้อมูลที่ได้จากเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอุปกรณ์ ส่งต่อข้อมูลไปสู่อุปกรณ์อื่นแบบเรียลไทม์

IoT หรืออุปกรณ์ที่สามารถสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ด้วยตัวเอง ส่งผ่านข้อมูลระหว่างกัน ประสานงานในการทำงานร่วมกัน สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนบนโลกได้ ทำให้งานต่างๆมีประสิทธิภาพมากขึ้น

IoT ที่ใช้ในโรงงาน ทำให้สามารถควบคุมการทำงานแบบรีโมท มีข้อมูลโลจิสติกส์ของวัตถุดิบและการส่งสินค้า ช่วยคาดการณ์เรื่องการบำรุงรักษาที่จำเป็น พัฒนาคุณภาพสินค้าและการผลิต ลดโอกาสเกิดสินค้าเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากขายออกไปแล้ว

IoT ในธุรกิจค้าปลีก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง บริหารจัดการให้สินค้ามีเพียงพอกับความต้องการอยู่เสมอ

IoT สำหรับธุรกิจโรงแรมหรือธุรกิจบริการ ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้า ส่งมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น

IoT ที่ใช้สำหรับการดูแลสุขภาพ ทำให้สามารถมอบการดูแลผู้ใช้บริการอย่างมีคุณภาพสูงด้วยต้นทุนที่ต่ำ ให้การวินิจฉัยที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น การรักษาทำโดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เพิ่มประสิทธิภาพขบวนการทำงานและการให้บริการ

IoT สำหรับสมาร์ตฟาร์ม ช่วยทำให้การเกษตรมีผลผลิตดีขึ้น ใช้แรงงานน้อยลง ใช้ยาฆ่าแมลงน้อยลง ใช้แรงงานน้อยลง

IoT ในธุรกิจประกันภัย ช่วยป้องกันความเสียหายโดยสามารถตรวจจับความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ประเมินความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว

IoT สำหรับงานของภาพรัฐบาล สามารถนำมาใช้บริการสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความปลอดภัยและส่งมอบบริการให้กับประชาชนได้คล่องตัวมากขึ้น

IoT มีประโยชน์อย่างมากสำหรับกิจกรรมทางด้านพลังงาน และสาธารณูปโภค เข้าใจความต้องการปริมาณการใช้ไฟฟ้าล่วงหน้า และเตรียมกำลังได้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ช่วยหลีกเลี่ยงไฟดับ เตรียมการทุกอย่างได้ล่วงหน้า เซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่บนแผงโซลาร์หรือเครื่องปั่นไฟแรงลม ช่วยทำให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีไฟใช้เท่าไร

IoT สำหรับยานยนต์และการขนส่ง จะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในยุคของสมาร์ตซิตี้ ข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆช่วยทำให้รถรู้ว่าต้องขับไปทางไหนถึงจะมีการจราจรติดขัดน้อยที่สุด หรือจะให้รถขับเองก็ได้ ในอนาคตจะเป็นยุคของสมาร์ตคาร์ และเกือบสิ่งทุกอย่างในเมืองสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวมันเองได้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างของอุปกรณ์ IoT ที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบันจำนวนมากแล้ว เช่น AR Glasses, CCTV, Security Alarms, Thermostats, Smart TV,  Smart Speaker, Smart Watch

IoT เมื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นอย่าง AI จะยิ่งสร้างความแตกต่างได้มากขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น โรงงานที่ใช้อุปกรณ์ IoT เป็นกล้องทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้าแทนการใช้ตาคน กล้องมีฐานข้อมูลใน AI ที่รู้ถึงความแตกต่างของสินค้าที่มีคุณภาพสมบูรณ์และสินค้าที่มีปัญหา เมื่อกล้องจับภาพพบสินค้าที่มีปัญหาผ่านเข้ามา มันสามารถทำงานประสานงานกับสายพานการผลิตเพื่อแยกสินค้าที่เสียหายออกมาได้ด้วยตัวมันเอง ไม่ต้องพึงพาการตรวจสอบคุณภาพด้วยตัวคนโดยตรง

Smart Farm ที่ติดตั้งอุปกรณ์ IoT ในฟาร์ม สามารถตรวจวัดระดับความชื้นในพื้นที่และรู้ว่าควรเริ่มให้น้ำเพิ่มเติมเมื่อไร มีอุปกรณ์ที่ตรวจจับแมลงที่เป็นศัตรูพืช สามารถระบุความจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงแบบเฉพาะเจาะจงได้ มีโดรนติดกล้องที่คอยเฝ้าดูการเจริญเติบโตและตรวจสอบปัญหาทุกอย่างในฟาร์ม

IoT สามารถเชื่อมต่อระหว่างกันได้หลายวิธี เช่น WiFi, Satellite, Bluetooth, Radio Frequency, สายไฟ หรือ การเชื่อมต่อแบบไร้สายอื่นๆ

อุปกรณ์ต่างๆจะส่งข้อมูลไปสู่ Gateway และส่งต่อไปบน Cloud ที่เป็นแหล่งประมวลผลหลัก แต่อาจมีการประมวลผลในเบื้องต้นที่เรียกว่า Edge ซึ่งเกิดขึ้นบนตัวอุปกรณ์หรือเกตเวย์ก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู้คลาวด์ก็ได้

เวลาเราใช้คอมพิวเตอร์มีระบบปฏิบัติการ Window, Linux, Mac หรือเวลาใช้สมาร์ตโฟนก็มี Android, IOS

เวลาใช้ IoT ก็มีระบบปฏิบัติการของมันเหมือนกัน เช่น Contiki, RIOT, TinyOS, Zephyr วันนี้ยังไม่มีภาพชัดเจนว่าระบบปฏิบัติการ IoT อะไรจะได้รับความนิยมมากที่สุด

ยุค 4G มาสู่ 5G ช่วยเพิ่มศักยภาพ IoT อย่างมาก และเป็นอีกเหตุผลที่จะทำให้อินเตอร์เน็ตสำหรับสรรพสิ่งมีความแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

ความเข้าใจเกี่ยวกับ IoT จะทำให้พวกเราทุกคนทั้งที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคนทั่วไป รับรู้ถึงความสำคัญของ IoT และรู้ว่ามันทำงานได้อย่างไร

วันนี้ยังเป็น Internet of Things แต่ต่อไปจะกลายเป็น Internet of Everything

Leave a Reply