Password กำลังจะกลายเป็นอดีต ถึงยุควิธีการยืนยันตัวตนแบบใหม่ Apple, Microsoft, Google เริ่มนำการเปลี่ยนแปลง

MIT Technology Review สรุปรวบรวมถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านเทคโนโลยีในปี 2022 และหนึ่งในนั้น คือ การสิ้นสุดยุค Password และการมาถึงของวิธีการยืนยันตัวตนมาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัยกว่า

การกำหนดพาสเวอร์ดที่เคยใช้ ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ กลายเป็นวิธีการที่ไม่ปลอดภัย เสี่ยงกับการถูกแฮ็คได้ง่ายมาก

ย้อนกลับไปช่วงทศวรรษ 1960 Fernando Corbató ศาสตราจารย์ของ MIT ได้พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ร่วมกันแบบใหม่ (ใหม่เมื่อหกสิบกว่าปีก่อน) ทำให้ผู้คนสามารถปกป้องไฟล์ส่วนตัวของตนได้ นั่นคือ Password และในที่สุดมันกลายเป็นมาตรฐานการเข้าสู่ระบบดิจิทัลของทุกที่ ทุกแห่ง

แต่ในปัจจุบัน ระบบ Password ที่โลกใช้มานานกว่าหกสิบปี ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว มันถูกขโมยได้ เดาได้ หรือถูกบังคับให้เปิดเผยได้ และที่แย่มากๆ คือ คนส่วนใหญ่เลือกใช้พาสเวอร์ดได้แย่มาก เอาแบบจำง่ายๆ และมักจะเลือกใช้พาสเวอร์ดเดียวกันสำหรับการเข้าถึงระบบอื่นที่แตกต่างกันด้วย

หลายๆครั้งพบว่า แฮกเกอร์ ที่ล่วงรู้ถึงพาสเวอร์ดของเหยื่อในระบบหนึ่ง เอาพาสเวอร์ดเดียวกันนั้นไปเข้าถึงระบบอื่นได้ด้วย

ในปัจจุบัน พวกเราเริ่มมีประสบการณ์การยืนยันตัวตนแบบใหม่แล้ว แทนที่จะถูกขอให้ป้อนรหัสผ่านเหมือนที่เคยทำเป็นปกติ แต่มีวิธีการอื่นๆ เช่น แจ้งให้ป้อนรหัสหกหลักจากแอปรับรองความถูกต้อง แตะการแจ้งเตือนบนมือถือ คลิกลิงก์ อีเมล สแกนลายนิ้วมือ หรือ แม้แต่การสแกนใบหน้าเพื่อเข้ารหัส ฯลฯ

Apple ได้นำการเข้าสู่ระบบด้วยไบโอเมตริกซ์มาใช้ และทำให้มันกลายเป็นกระแสหลัก

Microsoft ประกาศตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 ว่า ลูกค้าบางรายไม่มีความจำเป็นต้องใช้พาสเวอร์ด และในเดือนกันยายน 2021 ได้บอกให้คนยกเลิกพาสเวอร์ด และเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงระบบด้วยวิธีการใหม่ที่ปลอดภัยมากขึ้น

Google มีวิธีให้ผู้คนลงชื่อเข้าใช้แอปและบริการโดยไม่ต้องป้อนรหัสผ่าน แต่มีข่าวว่า เร็วๆนี้ Chrome จะให้ผู้คนกำหนดพาสเวอร์ดแบบแมนนวล ผู้ใช้งานจะสามารถสร้างเงื่อนไขต่างๆสำหรับการเข้าถึงข้อมูลได้เอง เพิ่มข้อมูลรับรองโดยไม่ต้องเข้าไปที่ไซต์นั้นก่อนก็ได้

Okta, Duo บริษัทที่มุ่งเน้นลูกค้าด้านองค์กร ก็กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าถึงข้อมูลด้วยระบบใหม่เช่นกัน

อีกไม่นาน ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ ที่เคยใช้สำหรับการป้อน Password จะกลายเป็นอดีต

การยืนยันตัวตนที่ใช้ตัวตนยันยัน จะกลายเป็นเรื่องปกติของการเข้าถึงระบบต่างๆ

การเข้าถึงระบบแบบยืนยันหลายชั้นกับอุปกรณ์หลายอย่างพร้อมกัน ช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยได้จริง

Source

Leave a Reply