เทคโนโลยีเปลี่ยน พฤติกรรมคนเปลี่ยน มันกำหนด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง คนรุ่นใหม่ยุคดิจิทัล เป็นอย่างที่เขาเป็น ผู้ใหญ่อาจมีปัญหา ปรับตัวไม่ทันเด็ก

บทความ : รศ. ดร.พนา ทองมีอาคม

ไม่มีมือถือ ก็ไม่มีแฟลชม็อบ

การชุมนุมแบบแฟลชม็อบของเด็ก ๆ รวมตัวกันกะทันหัน ทำกิจกรรมสักพัก แล้วก็สลายตัว เป็นการชุมนุมเรียกร้องที่แตกต่างจากการชุมนุมทางการเมืองที่ผ่าน ๆ มา

ในอดีต การชุมนุมแบบนี้ทำไม่ได้ เพราะกว่าจะวางแผน กว่าจะนัดและบริหารจัดการให้เกิดการชุมนุมได้ กว่าคนจะทยอยมาทยอยกลับ ทั้งหมดซับซ้อนกินเวลา

แต่สำหรับแฟลชม็อบ เด็ก ๆ นัดและส่งข่าวกันทางสมาร์ตโฟนล่วงหน้าเพียงไม่นาน ใช้สื่อสังคมพวก Line, IG, Twitter แจ้งข่าว มีการกระจายภาระการชุมนุมแบบมาเองกลับเอง การส่งกำลังบำรุง อาหาร น้ำ อาศัยพ่อค้าเร่

นี่เป็นผลของเทคโนโลยีสมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ต…

เทคโนโลยีเปลี่ยน พฤติกรรมคนเปลี่ยน

ผู้ใหญ่วันนี้จึงต้องตามให้ทันเทคโนโลยีเพื่อจะได้เข้าใจพฤติกรรมของเยาวชน

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมีส่วนอย่างยิ่งในการกำหนดพฤติกรรม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการสื่อสาร

สำนักคิดเทคโนโลยีกำหนด (Technology Determinism) มองว่าเทคโนโลยีที่คนสร้างขึ้นเป็นผู้กำหนด หรือมีอิทธิพลระดับฐานรากในทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง

การวิเคราะห์ย้อนหลังถึงพัฒนาการสำคัญ ๆ ในอดีตพบว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ๆ ในประวัติศาสตร์เกิดเพราะเทคโนโลยี

การเปลี่ยนเทคโนโลยี คือ การเปลี่ยนแปลงสังคม

เมื่อมนุษย์เพาะปลูกและทำเกษตร คนเลิกเร่ร่อนและสร้างชุมชน

เมื่อนำโลหะมาขึ้นรูป เราได้ยุคสำริดและยุคเหล็ก เกิดชุมชนเมือง และการปกครอง

เมื่อมีเครื่องจักรไอน้ำ เราได้โรงงาน รถจักร เรือกลไฟ และเกิดชนชั้นกรรมกร การล่าอณานิคม

ไฟฟ้าทำให้เกิดการผลิตแบบ Mass Production นำมาซึ่ง Mass Market และ Mass Consumption คนกินอยู่ดีขึ้น และกินใช้ของคล้ายกัน

รถยนต์ สื่อสารมวลชน การจัดการ และออฟฟิสสมัยใหม่ ทำให้มีมหานคร และความเป็นนานาชาติ

ดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ นำเรามาสู่ยุค Information Economy การหลอมรวมสื่อ อุปกรณ์ฉลาดต่าง ๆ และโลกาภิวัตน์

ตลอดเส้นทางของการพัฒนาเทคโนโลยี พฤติกรรมมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับ สังคม การเมือง และเศรษฐกิจ

ในทางการเมืองการทหาร เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าจักรวรรดิ์และการปกครอง อาวุธ ปืน ทำให้การฝึกทหารง่าย และฆ่าได้มีประสิทธิภาพกว่า ปืนใหญ่ทำลายกำแพงเมืองและป้อมปราการ ปืนกลสนามเพลาะทำลายทหารม้า รถเกราะทำลายสนามเพลาะและปืนกล เครื่องบิน เรือบรรทุกเครื่องบินทำลายเรือปืน… เฉพาะที่กล่าวมานี้ เปลี่ยนแปลงวิธีการทำสงคราม เปลี่ยนดุลอำนาจโลก เทคโนโลยีกำหนดผลแพ้ชนะของสงครามในระดับพลิกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม

ที่กล่าวมาข้างต้น ตอกย้ำมุมมองของสำนัก Technology Determinism และนำมาซึ่งคำถามว่า ชตากรรมของมนุษย์กำหนดโดยเทคโนโลยีจริงหรือ?

ยุคนี้เป็นยุคของโทรศัพท์สมาร์ตโฟน ผลจากการหลอมรวมทางเทคโนโลยีการสื่อสาร โทรคมนาคม และอินเทอร์เน็ต

ถ้าจะดูว่าเทคโนโลยีอะไรส่งผลต่อพฤติกรรมทางสังคมของเด็ก ๆ คำตอบที่ชัดแจ้งมาก คือ สมาร์ตโฟนและอินเทอร์เน็ต

วันนี้โทรศัพท์เป็นมากกว่าการพูดคุยทางไกลที่เคลื่อนที่ได้ เทเล็กซ์ แฟ็ก เครื่องคิดเลข กล้องถ่ายรูป วิทยุทีวี สิ่งพิมพ์ นาฬิกา เครื่องอัดเทป แผ่นเสียง/ซีดี แผนที่ เข็มทิศ ฯลฯ พวกนี้ถูกสมาร์ตโฟนแทนที่จนแทบไม่เหลือตลาด

ทุกอย่างที่ยกตัวอย่างมานี้ วันนี้ทำได้โดยสมาร์ตโฟนเครื่องเดียวที่อยู่ในมือเด็ก Digital Native

นึกดูเถิด เมื่อไม่นานมานี้อุปกรณ์บางอย่าง แม้แต่ผู้ใหญ่ธรรมดาก็ยังยากที่จะมี

สิ่งที่เด็ก ๆ มีในวันนี้คือ เครื่องมือติดต่อสื่อสาร เครื่องมือปรับเวลาและสถานที่ให้เขาไปอยู่ในที่ ๆ เขาต้องการกับคนที่เขาต้องการได้ตลอดเวลา

เด็ก ๆ มีอุปกรณ์ที่เป็นของเขาโดยแท้ เปิดใช้ที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องผูกอยู่กับสื่อและอุปกรณ์ที่ผู้ใหญ่ควบคุม

โทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย แยกเด็กออกไปจากครอบครัวโดยที่ผู้ใหญ่ไม่ทันรู้ตัว

มันเป็นเครื่องใช้สำหรับบันเทิง ถ่ายทอดอารมณ์ สร้างสังคมและตัวตนของเด็ก และเป็นแหล่งความรู้สำคัญที่ไม่จำกัด..

ที่จริงแล้วสิ่งสำคัญที่สุดที่สมาร์ตโฟนให้แก่พวกเขา คือ อิสรภาพและเสรีในความคิด

แต่จริงหรือที่เทคโนโลยีกำหนดสภาพความเป็นไปทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง และลูกหลานของเรา ?

มีนักคิดจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับสำนัก Technology Determinism

นักวิชาการบางท่านมองว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งไม่มีชีวิต มันเกิดขึ้นมาเพราะมนุษย์สร้างมันขึ้นมา เทคโนโลยีไม่ได้เกิดขึ้นเองลอย ๆ

โดยตัวมันเองแล้ว เทคโนโลยีนั้นเป็นกลาง (Neutral) อยู่ที่คนใช้ ว่าจะเลือกใช้มันหรือไม่ ใช้เพื่ออะไร ขนาดไหน ถ้าคนไม่ต้องการมันก็ไม่สามารถมีผลอะไรต่อคนได้

บางท่านจึงมองว่า เทคโนโลยีเกิดขึ้นเพื่อสนองความต้องการของคน และเมื่อเกิดขึ้นแล้วมันจะมีผลทั้งที่เป็นไปตามคาด และคาดไม่ถึง เพราะผู้ใช้เองสามารถพลิกแพลง และพัฒนาวิธีการใช้งานที่ใหม่และแปลกไปขึ้นมาได้

นวัตกรรมจากการใช้นี้เองที่ป้อนกลับไปสู่การพัฒนาที่ต่อเนื่องของเทคโนโลยี

ว่าไปแล้ว สังคมต่างหากที่มีส่วนอย่างสำคัญในการกำหนดเทคโนโลยี ในมุมนี้คนและเทคโนโลยีจึงมีพัฒนาการไปด้วยกัน มีผลต่อกันและกัน

ถ้ามองจากมุมของการพัฒนาไปด้วยกันระหว่างคนและเทคโนโลยี จะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเยาวชนวันนี้ ไม่สามารถโทษเทคโนโลยีได้เลย

เทคโนโลยีเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง และเป็นของกลาง ๆ…เทคโนโลยีเป็นเพียงความรู้ที่ตอบสนองคน คนเอามันมาใช้ และสังคมนี่เองที่เป็นผู้กำหนดความเป็นไปของเทคโนโลยี…และคนต้องยอมรับว่าผลของมัน มีทั้งที่ตั้งใจให้เกิด และมีผลที่ไม่ตั้งใจ

มนุษย์เองต่างหาก ที่จะต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์

ในฐานะผู้ปกครอง ทุกคนมีหน้าที่ ๆ จะต้องคอยดูแล ปกป้อง และสอนเด็ก ๆ ให้รู้จักใช้เทคโนโลยี

สมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ วันนี้สามารถทำอะไรได้มากมาย มากกว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น มันจึงมีผลมากมายต่อเด็ก

มันสามารถสนองตอบเด็กได้ทั้งในด้านสมองและจิตใจ ความรู้และจิตสำนึก

ผู้ใหญ่ต่างหากหรือเปล่า ที่ละเลย ไม่ปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี รู้ไม่เท่าทัน และไม่ใส่ใจลูกหลานของตัวเองเท่าที่ควร

วันนี้ลูกหลานแทบทั้งประเทศเขาก็เป็นอย่างที่เขาเป็น จะนำพวกเขากลับมาอยู่ในโลก Slow Life หรือโลกแบบเก่าใบเดิมอย่างของเราได้หรือ?

https://www.facebook.com/pana.thongmeearkom/posts/3536081346439755

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s