โควิด-19 กำลังต่อสู้แข่งขันกับวัคซีน IMF คาดการณ์เศรษฐกิจปกติปี 2022 ประเทศพัฒนากลับมาโตกลางปี 2021 สายป่านต้องยาวพอให้อยู่รอดได้ก่อน

วันที่ 5-01-2021 ไอเอ็มเอฟ ออกมาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะกลับสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบทั่วโลกในช่วงปลายปี 2022

วัคซีนที่เริ่มนำออกมาใช้กันแล้ว คือ หนทางแก้ปัญหา แต่ละประเทศจะฟื้นตัวไม่พร้อมกัน ประเทศที่พัฒนาแล้วจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า

ประเทศใหญ่ๆ ที่จัดเป็นประเทศพัฒนา GDP จะเริ่มโตเป็นปกติอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 แต่ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความเร็วในกระจายของวัคซีน

ตอนนี้เหมือนเป็นการแข่งขันระหว่าง โควิด-19 กับ วัคซีน

ประเทศจีนมีแนวทางจัดการกับปัญหาโควิด-19 ได้ดีกว่าประเทศอื่น ประเทศทางลาตินอเมริกาจัดการได้ค่อนข้างแย่

เศรษฐกิจในอเมริกาและยุโรป มีแนวโน้มจะกลับสู่ภาวะปกติและเติบโตได้อีกครั้งช่วงกลางปี 2021

การวิเคราะห์จากไอเอ็มเอฟ คงทำให้พวกเราในประเทศไทยเห็นภาพอนาคตได้ชัดเจนขึ้น ทำให้คาดเดาได้ว่าจะเจอกับความยากลำบากอีกนานแค่ไหน จะต้องเตรียมตัวอยู่ให้รอดไปก่อนในช่วงแย่ๆกันต่อไปอีกกี่เดือน กี่ปี!!!

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้หลักของไทยมานาน ปี 2021 คงดีขึ้นยาก ผู้ประกอบการเดิมคงต้องหาทางประคองให้ตัวเองอยู่รอดต่อไปในปีนี้ก่อน ถ้าสายป่านยาวถึงสิ้นปี 2021 ก็มีหวังได้เริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งในปี 2022 แต่ยังประเมินในตอนนี้ได้ยากว่า จะกลับมาดีเหมือนเดิมเมื่อไหร่ พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศของคนส่วนใหญ่ในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจีนที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของไทย ยังรักที่จะมาเที่ยวประเทศไทยเหมือนเดิมหรือไม่?

สำหรับคนทำงานที่เคยมีรายได้ดีจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมานาน ส่วนใหญ่คงต้องหาอาชีพใหม่ทำในช่วงนี้ไปก่อน รอถึงปี 2022 ถ้ามันดีจริงค่อยกลับไปทำงานเดิม หรืออาจได้หนทางดีๆในอาชีพใหม่ที่ทำในช่วงวิกฤตินี้ ก็ไม่ต้องกลับไปทำงานเดิมอีกก็ได้

อุตสาหกรรมส่งออกของไทยที่เคยทำเงินเข้าประเทศมากๆหลายภาคธุรกิจ น่าเป็นห่วงมาก เรื่องดีสรัปชั่นที่ของใหม่กำลังมาทดแทนของเก่า ดูเหมือนว่าจะมีสปีดเร็วขึ้นในช่วงที่เจอโควิด-19

อุตสาหกรรมไทยที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน อยู่ในสภาพเปราะบางมาก ยอดขายมีแต่จะลดลงต่อเนื่องทุกปี โรงงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้ หรือไม่เคยคิดจะปรับตัว จะหมดหนทางอยู่รอดในอนาคต

ธนาคาร สถาบันการเงิน นักลงทุน ที่จะเอาเงินไปใส่กับแต่ละอุตสาหกรรมก็มีข้อมูลชุดเดียวกัน มีวิธีวิเคราะห์และเลือกลงทุนโดยคำนึงถึงธุรกิจที่มีแนวโน้มดีเท่านั้น ถ้าพวกเขาเห็นว่าไม่มีอนาคต ก็ไม่มีทางที่จะอัดฉีดเงินเข้ามาให้

แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ลงมือทำด้วยตัวเอง เอาเงินของตัวเองเข้าไปลงทุน แม้จะรู้ว่าอนาคตมีความยากลำบากและอยู่รอดยาก แต่การตัดใจทิ้งของเก่าเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก เพราะมีความคิดว่ามันเคยดีเคยสำเร็จมาก่อน มันจะต้องสำเร็จได้อีกครั้ง…. หลายคนสู้ตาย และได้ตายไปกับของเก่าจริงๆ

เมื่อวิเคราะห์จากข้อมูลที่มีอยู่ สิ่งที่จะต้องถามและตอบตัวเองให้ได้เป็นอันดับแรก คือ ธุรกิจที่ทำอยู่ยังมีอนาคตหรือไม่? มีหนทางอื่นที่มีโอกาสดีกว่าให้เลือกทำมากกว่าไหม?

ถ้าคิดว่าธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ยังมีอนาคต แต่เป็นความเลวร้ายที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น ต้องถามตัวเองต่อไปว่า ยังมีสายป่านพาตัวเองให้อยู่รอดถึงสิ้นปี 2021 หรือไม่?

สำหรับใครที่มองอย่างใจเป็นกลางตามความเป็นจริง ถ้าไม่เห็นทางรอดในอนาคต เลิกทำเร็วกว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า!

อาจเป็นการโชคดีที่ได้ตายก่อน….

https://www.cnbc.com/…/the-imfs-top-economist-expects-a

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s