
โบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของโลกประกาศว่า ภายในปี 2030 เครื่องบินทุกลำที่โบอิ้งออกบินใช้งาน จะใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน 100%
Sustainable Fuels หมายถึงเชื้อเพลิงที่ทำจาก น้ำมันพืช ไขมันสัตว์ ของเสียจากการเกษตรและป่า ขยะในครัวเรือนที่ไม่ได้รีไซเคิล
โบอิ้งแจ้งว่า ประสบความสำเร็จในการทดลองใช้ Sustainable Fuels แบบ 100% แล้ว
ในปี 2018 เครื่องบินโบอิ้ง 777 ส่งพัสดุของ FedEx ผ่านการทดสอบแล้วพบว่า ใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อเพลิงสร้างมลพิษแบบดั้งเดิม
ความสนใจของโบอิ้งที่หันมาวิจัยและพัฒนาเครื่องบินที่ใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากความตั้งใจภายในของโบอิ้งเพียงด้านเดียว แต่โดนข้อบังคับและระเบียบโลกใหม่ที่หันไปในทิศทางเดียวกัน
ในวันนี้ มีกฎการบินเป็นข้อบังคับให้เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมและเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนอย่างละครึ่ง
ภายในปี 2050 ความตกลงกรุงปารีส มีเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์
เชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน ได้รับการพิสูจน์จากการลองใช้ทุกวันแล้วว่า มีศักยภาพสูงสุดและทำได้ทันที สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระยะใกล้และระยะยาว หากมีการทำงานร่วมกันกับอุตสาหกรรมการบิน
การช่วยให้สภาพแวดล้อมของโลกดีขึ้นโดยให้เครื่องบินหันมาใช้ Sustainable Fuels เป็นสิ่งที่ทำได้เร็วและทำได้ทันที
แต่ที่จริงทั่วโลกยังมีการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องที่พยายามจะเปลี่ยนเครื่องบินในอนาคตให้เป็นเครื่องบินไฟฟ้า เหมือนกับที่วันนี้มีการเปลี่ยนรถใช้น้ำมันกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
ปัญหาใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านเครื่องบินให้หันไปใช้พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบเหมือนรถยนต์ อยู่ที่น้ำหนักของเครื่องบิน แบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักมากยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องแก้ไขให้ได้
เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่คงไม่หันมาใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยตัวเอง เพราะหมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น กำไรที่ลดลง
รัฐบาลของประเทศต่างๆต้องเข้าแทรกแซง ออกกฎข้อบังคับเพื่อคิดถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของคนทั้งประเทศ คิดถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของอากาศที่ดีขึ้นสำหรับคนทั้งโลก!!!
.