“การ์มิน” เผยข้อมูลด้านสุขภาพปี 2564 พร้อมจับมือ “หมอผิง ธิดากานต์”สานต่อ “เฮลท์แคมเปญ” ชี้ “สุขภาพที่ดีเริ่มต้นที่ระบบเผาผลาญ”

A picture containing diagram

Description automatically generated

·          ข้อมูลสุขภาพของการ์มินปี 2564 ระบุคนไทยมีอัตราการเผาผลาญเฉลี่ยขณะพักรั้งท้าย

·          เดินหน้าปลุกกระแสเฮลท์ตี้ ด้วย 8 เทคโนโลยีด้านสุขภาพในสมาร์ทวอทช์จากการ์มิน

·          พร้อมสร้างนิสัยดูแลสุขภาพ มองข้ามข้อจำกัดของการออกกำลังกาย

กรุงเทพฯ (29 พ.ย. 64) – การ์มิน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก ภายใต้ Every Beat of Life นวัตกรรมที่ก้าวทันทุกจังหวะของชีวิต เผยข้อมูลด้านสุขภาพปี 2564 ระบุคนไทยมีอัตราการเผาผลาญเฉลี่ยขณะพักอยู่ในอันดับรั้งท้าย จึงเดินหน้าสานต่อ เฮลท์ แคมเปญ” จับมือ พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ร่วมปลุกกระแสเฮลท์ตี้ ด้วย 8 เทคโนโลยีด้านสุขภาพในสมาร์ทวอทช์จากการ์มินตัวช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติแบบต่อเนื่อง ได้แก่ การติดตามการเผาผลาญขณะพัก (Resting Calories) การวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox Blood Sensor) การติดตามการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Function) การติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) การฝึกความแข็งแรง (Strength Training) การวัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) การติดตามการนอนหลับ (Sleep Monitoring) และ การติดตามการดื่มน้ำ (Hydration Tracking) พร้อมชูไฮไลท์ฟีเจอร์ติดตามการออกกำลังกาย ตัวช่วยสร้างนิสัยดูแลสุขภาพ ให้คนไทยก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของการออกกำลังกาย ตอกย้ำการสร้างค่านิยมดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมส่งต่อเทรนด์การใช้ชีวิตแบบ “แอคทีฟไลฟ์สไตล์” ในกลุ่มคนไทยทุกเพศทุกวัย

มร. สกาย เชน ผู้อำนวยการ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “จากรายงานข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งานการ์มินชาวเอเชียในปี 2564 พบว่า คนไทยมีอัตราการเผาผลาญขณะพัก (Resting Calories) เฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้ายเมื่อเทียบกับ 12 ประเทศในเอเชีย และมีระดับความเข้มข้นเฉลี่ยในการออกกำลังกาย (Intensity Minute) ต่อสัปดาห์เป็นที่ 2 จากสุดท้าย ในขณะที่แนวโน้มของข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้การ์มินที่มีระดับนาทีความเข้มข้นในการออกกำลังกาย (Intensity Minute) เฉลี่ยต่อสัปดาห์มาก จะมีความสามารถในการเบิร์นแคลอรีได้มาก ซึ่งรวมถึงแคลอรีขณะแอคทีฟ (Active Calories) และแคลอรีขณะพัก (Resting Calories) จึงสามารถสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกาย (Intensity Minute) เฉลี่ยต่อสัปดาห์  และแคลอรีขณะพัก (Resting Calories) สามารถบ่งบอกถึงระดับการเผาผลาญที่ดีได้ นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงอัตราเผาผลาญแคลอรีขณะพัก (Resting Calories) ของผู้ใช้การ์มินที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ผู้ใช้กลุ่มนี้มีการออกกำลังกายมากกว่าเมื่อเทียบกับข้อมูลของกลุ่มคนหนุ่มสาว ซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่าผู้ใช้งานจะใส่ใจสุขภาพมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ”

“เพราะกลุ่มคนหนุ่มสาวมักจะมีข้ออ้างเสมอเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกกำลังกาย แต่หากถามว่าทุกคนอยากเป็นเจ้าของสุขภาพที่ดีไหม คงต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ใช่’ และเมื่อทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน คือ การครอบครองสุขภาพที่ดี จึงเป็นที่มาของการสานต่อ ‘เฮลท์ แคมเปญ’ ด้วยความตั้งใจในการนำเสนอวิถีการดูแลสุขภาพในแบบฉบับ ‘สุขภาพคือสิ่งที่คุณเลือกได้’ (Health is a choice) ผ่านการใช้ 8 เทคโนโลยีด้านสุขภาพในสมาร์ทวอทช์ของการ์มินเพื่อติดตามสุขภาพแบบต่อเนื่อง นอกจากนี้เรายังพบว่าในขณะที่สภาพร่างกายของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่สิ่งเดียวที่เหมือนกัน คืออัตราการเผาผลาญของเรามีแนวโน้มที่จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น หากต้องการรักษารูปร่างหรือใช้ชีวิตที่มีสุขภาพดี ระบบเผาผลาญ คือ หนึ่งในกุญแจสำคัญเพื่อให้คุณได้ครอบครองการมีสุขภาพที่ดี” มร. สกาย กล่าวเสริม

A person in a white coat

Description automatically generated with medium confidence

พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล แพทย์วุฒิบัตรเวชศาสตร์ชะลอวัย (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า “ระบบเผาผลาญ หรือ เมแทบอลิซึม คือ หนึ่งในกุญแจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี และถึงแม้ว่าร่างกายของทุกคนจะมีความแตกต่างกัน แต่เมื่อมีอายุที่มากขึ้น ร่างกายของคนส่วนใหญ่จะมีมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ผนวกกับฮอร์โมนที่สำคัญต่อร่างกายที่ลดลง ส่งผลให้ระบบเผาผลาญของเราจะทำงานได้น้อยลง ซึ่งสามารถส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น จนเกิดเป็นภาวะอ้วนลงพุง อีกทั้งยังทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมระบบเผาผลาญถึงสำคัญ การดูแลรักษาและช่วยชะลออัตราการเผาผลาญที่ลดลง สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอัตราการเคลื่อนไหวระหว่างวันให้มากขึ้น การพักผ่อนให้เพียงพอ การดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน การกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสม การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากที่การออกกำลังกายจะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบเผาผลาญแล้ว การออกกำลังกายยังไปกระตุ้นให้เกิดการทำงานของระบบเผาผลาญส่วนที่มาจากการออกกำลังกายอีกด้วย โดยการออกกำลังกายที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การออกกำลังกายแบบคาดิโอ เช่น การวิ่ง การปั่นจักรยาน การกระโดดเชือก เป็นอย่างน้อย 150 – 300 นาทีต่อสัปดาห์ และการออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ เช่น บอดี้เวท ฟรีเวท โยคะ เป็นอย่างน้อย 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์”

“อุปกรณ์ของการ์มินที่สามารถติดตามสุขภาพและการออกกำลังกายได้แบบ 24 ชั่วโมงทั้ง 8 ด้าน ได้แก่ การติดตามการเผาผลาญขณะพัก (Resting Calories) การวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox Blood Sensor)
การติดตามการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Function) การติดตามระดับความเครียด (Stress Tracking) การฝึกความแข็งแรง (Strength Training) การวัดอายุของสุขภาพ (Fitness Age) การติดตามการนอนหลับ (Sleep Monitoring) และการติดตามการดื่มน้ำ (Hydration Tracking) จึงเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับมือใหม่หัดดูแลสุขภาพ เพราะเมื่อเรารู้สถานะสุขภาพที่แท้จริงของเราแล้ว การวางแผนดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป” พญ. ธิดากานต์ กล่าว

เริ่มต้นการดูแลสุขภาพและเอาชนะใจตัวเองตั้งแต่วันนี้ พร้อมติดตามสุขภาพและออกกำลังกายแบบครบวงจรด้วยสมาร์ทวอทช์จากการ์มิน[1] ไม่ว่าจะเป็น สินค้าซีรีย์ VENU 2 สินค้าซีรีส์ VENU SQ สินค้ารุ่น LILY สินค้าซีรีส์ VÍVOACTIVE สินค้าซีรีส์ VÍVOMOVE และสินค้ารุ่น INDEX S2 เครื่องชั่งน้ำหนักอัจฉริยะ ติดตามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3bm75Gq ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และอินสตาแกรม Garmin Thailand

###

รูปภาพประกอบ

Graphical user interface, application

Description automatically generated

“การ์มินพบว่าคนไทยมีอัตราการเผาผลาญขณะพักเฉลี่ยอยู่อันดับสุดท้าย (2,207 แคลอรี) ในปี 2564”

Graphical user interface, chart, application

Description automatically generated

“คนไทยยังมีระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกายเฉลี่ยอยู่อันดับรองสุดท้าย (36 นาที) ซึ่งมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในผู้ชายและผู้หญิง”

A picture containing diagram

Description automatically generated

 

“คนไทยอยู่ในอันดับสุดท้ายในด้านอัตราการเผาผลาญขณะแอคทีฟ ซึ่งลดลงจากปี 2563”

การ์มินใส่ใจทุกรายละเอียดการออกแบบในผลิตภัณฑ์ พิถีพิถันเพื่อชีวิตสุดแอ็กทีฟของคุณ โดยการ์มินได้ปฏิวัติวงการสุขภาพและมุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่และเครื่องมือวัดต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้คนทั่วไปและนักกีฬามีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น การ์มินเชื่อว่าทุกวันเป็นโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ดีกว่าเมื่อวาน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมศูนย์ข่าวของการ์มิน หรือติดตามเราได้ที่

A picture containing text, clipart

Description automatically generatedเฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand
Icon

Description automatically generatedอินสตาแกรม Garmin Thailand
Logo

Description automatically generatedYouTube ช่อง Garmin Thailand

เกี่ยวกับ การ์มิน

การ์มินก่อตั้งขึ้นในปี 2532 โดย แกรี่ เบอร์เรลล์ (Gary Burrell) และ ดร.มิน คาโอ (Dr. Min Kao) นับตั้งแต่เครื่องนำทางเครื่องแรก การ์มินได้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในด้านการบิน ยานยนต์ การเดินเรือ กีฬาและออกกำลังกาย (ฟิตเนส) และกิจกรรมกลางแจ้ง ในตลาดโลก การ์มินเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้ชอบความท้าทาย นักกีฬา และผู้ที่ชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาและผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้วเพื่อรักษาคุณภาพสูงสุด การ์มินไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไฮเทคเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้ที่สุดในวิตประจำวันอีกด้วย ด้วยความมุ่งมั่นในการสำรวจและความหลงใหลในกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท การ์มินจึงมองหาความก้าวหน้าในประสิทธิภาพและการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การ์มินสามารถผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะที่มี ความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่แอ็กทีฟทุกคน

ปัจจุบัน การ์มินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานทั่วโลกกว่า 80 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 16,000 ราย และมีสำนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 21 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 7,600 ราย โดยภูมิภาคนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์การ์มินในไต้หวัน และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญระดับโลกอีกด้วย การเลือกทำตลาดในประเทศไทยคราวนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของการ์มิน ที่เลือกเจาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่ติดอันดับขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของอาเซียน และมีอัตราการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความ แข็งแกร่งของแบรนด์การ์มินในระดับภูมิภาค

การ์มิน ดำเนินกิจการใน 5 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง

  • ธุรกิจการบิน มอบโซลูชันแบบบูรณาการให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน เจ้าของอากาศยาน และผู้ดำเนินธุรกิจดำเนินการบิน รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและลูกค้าในภาคการป้องกันทางอากาศ
  • ธุรกิจยานยนต์ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ อุปกรณ์นำทางด้วย GPS ส่วนบุคคล หรือการรับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และกล้องตามความต้องการ
  • ธุรกิจการเดินทะเล ผลิตและนำเสนออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทะเล เชิงพาณิชย์และสันทนาการ อาทิ อุปกรณ์หาปลา เครื่องแผนที่เดินเรือ ซาวเดอร์ เครื่องเรดาร์ และระบบช่วยการเดินเรืออัตโนมัติ
  • ธุรกิจฟิตเนส รวมถึงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อติดตามผลกิจกรรมการออกกำลังกาย และการติดตามสุขภาพประจำวัน อาทิ นาฬิกาวิ่งอัจฉริยะ นาฬิกามัลติสปอร์ต ไมล์จักรยาน พาวเวอร์มิเตอร์ และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ
  • ธุรกิจกิจกรรมกลางแจ้ง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งอุปกรณ์พกพากลางแจ้ง นาฬิกาสำหรับกลางแจ้ง อุปกรณ์กอล์ฟ นาฬิกาสำหรับหน่วยงานความมั่นคง และอุปกรณ์ล่าสัตว์

Leave a Reply